มาตรา 156
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 1020/2493
การที่จะวินิจฉัยว่าถ้อยคำที่เบิกความเท็จจะเป็นข้อสำคัญหรือไม่นั้น ย่อมต้องพิจารณาประเด็นในคดีที่ผู้นั้นเบิกความประกอบเมื่อศาลล่าง 2 ศาลฟังว่าข้อความที่ผู้นั้นเบิกความเท็จไม่ใช่ข้อสำคัญในคดีแล้ว การเป็นข้อสำคัญหรือไม่สำคัญย่อมเป็นข้อเท็จจริง
ฎีกาที่ 405/2486
ไนคดีหาว่าร้องเรียนเท็ดและเบิกความเท็ดนั้น ไนฟ้องต้องระบุมาด้วยว่าความจิงเปนหย่างไร มิฉนั้นเปนฟ้องเคลือบคลุม.โจทฟ้องว่ามีโคประมาน ๒๕ ตัวเข้าเหยียบย่ำที่สวนและกัดกินต้นไม้ของหลวงสิทธิเทพการ เสียหายนายยู่อี่ผู้จัดการดูแลสวนได้จัดไห้โจทไล่โคไปไว้ที่บ้านนางฉิ่ง เพื่อยึดไว้เปนประกันและหาเจ้าของ จำเลยสมคบกันมีเจตนาทุจริตกล่าวคือ ก. กำลังโจทไล่โคไปตามทางจำเลยกลับหาว่าโจทลักโค นายพิมพ์เปนผู้สั่งไห้ตีจับโจท นายแป๊ะจำเลยเอาไม้หลาวแทงนายเสียงโจทมีบาดเจ็บที่แขนและที่หลังฟกบวม แล้วช่วยกันจับโจทส่งหมื่นเนียรก
ฎีกาที่ 1018/2485
ไนคดีเบิกความเท็ด ปัญหาที่ว่าข้อความนั้นสำคันหรือไม่ ย่อมเปนปัญหาข้อเท็ดจิง โจทดีกาไม่ได้ แม้สาลล่างฟังว่าคำเบิกความของพยานไม่ไช่ข้อสำคันไนคดีเพราะเปนพยานบอกเล่า ก็คงถือว่าเปนข้อเท็ดจิงดุจกันโจทฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็ดไนข้อสำคันว่า "วันเกิดเหตุจำเลยได้รับคำบอกเล่าว่าชนะที่นายปลั่งจำเลยกับนายง่อยผู้ตายวิวาทต่อสู้กันนั้น นายจิ๊ดหยู่บนเรือนไม่ได้ลงมาช่วยเหลือนายปลั่งทำร้ายนายง่อยผู้ตายหย่างไรเลยซึ่งความจิงจำเลยได้รับคำบอกเล่า นายจิ๊ดได้ไช้ไม้คว+นายปลั่งตีนายง่อยจนล้ม ขอไห้ลงโทส. สาลชั้นต้นและสาลอุธ
ฎีกาที่ 729/2484
ในคดีเรื่องรับของโจรแม้ศาลจะวินิจฉัยในประเด็นว่าจำเลยในประเด็นว่าจำเลยรับของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายหรือหรือไม่ก็ดี ถ้าพะยานโจทก์เบิกความเท็จเพื่อแสดงว่าของนั้นไม่ได้ถูกลัก ก็นับว่าเป็นข้อสำคัญในคดี ย่อมมีผิดฐานเบิกความเท็จจำเลยได้สาบานตนแล้วเบิกความซึ่งจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นความเท็จ ว่านายโหยบได้เล่าให้จำเลยฟังว่ารถเป็นของนายโหยบให้นายแลหมันนำไปขาย นายแลหมันขายแล้วไม่เอาเงินให้นายโหยบ ซึ่งความจริงนายโหยบไปหาจำเลยและบอกว่านายโหยบตามรถจักรยานสองล้อของน้องชายนายโหยบซึ่งถ
ฎีกาที่ 1068/2484
การจ้างผู้อื่นเบิกความเท็จไม่เป็นผิดฐานกระทำพะยานเท็จตามมาตรา 157ฟ้องว่าจ้างผู้อื่นเบิกความเท็จแต่ไม่ได้กล่าวว่าผู้ถูกจ้างไปเบิกความเท็จในข้อสำคัญอย่างไรดังนี้ ย่อมไม่ครบองค์ความผิดตามมาตรา 156 จึงรับพิจารณา เพื่อลงโทษผู้รับจ้างตามมาตรา 156 และ 64 ไม่ได้