พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504
มาตรา 9
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2504 มาตรา 9 ให้ยกเลิกความในหมวด ๔ ว่าด้วยภาษีการค้าตามลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๖) พ.ศ. ๒๕๐๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "หมวด ๔ ภาษีการค้า ส่วน ๑ ข้อความทั่วไป มาตรา ๗๗ ในหมวดนี้ "การค้า" หมายความว่า การประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ การอุตสาหกรรม การเกษตร การผลิต การนำเข้า การส่งออก หรือการให้บริการใด ๆ เพื่อหาประโยชน์อันมีมูลค่า "ผู้ประกอบการค้า" หมายความว่า บุคคลธรรมดา นิติบุคคล คณะบุคคลหรือรัฐวิสาหกิจใด ๆ ตามที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีการค้าซึ่งประกอบการค้าในราชอาณาจักร โดยการค้านั้นเป็นการค้าตามประเภทที่กำหนดในบัญชีอัตราภาษีการค้า และ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงผู้ที่บทบัญญัติในหมวดนี้ให้ถือว่าเป็นผู้ประกอบการค้าด้วย "ผู้ผลิต" หมายความว่า ผู้ประกอบการค้าที่ทำการเกษตร หรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำการผลิต ประกอบ แปรรูป แปรสภาพ ทำหรือจัดให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ "ผู้นำเข้า" หมายความว่า ผู้ประกอบการค้าที่สั่งหรือนำสินค้าเข้าในราชอาณาจักร ผู้อยู่นอกราชอาณาจักรที่มีสาขาในราชอาณาจักร เมื่อส่งสินค้าเข้าในราชอาณาจักรโดยผ่านสาขาของตนในราชอาณาจักรหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้อยู่นอกราชอาณาจักรและสาขาเป็นผู้นำเข้า เพื่อประโยชน์แห่งวรรคก่อน การมีสาขาในราชอาณาจักรหมายความรวมถึง (๑) มีโรงงานหรือสถานการค้าในราชอาณาจักร หรือ (๒) มีลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลอื่นในราชอาณาจักรในการทำสัญญา เก็บรักษาสินค้า หาลูกค้าหรือทำการอย่างอื่นแทน "ผู้ส่งออก" หมายความว่า ผู้ประกอบการค้าที่ส่งสินค้าออกจากราชอาณาจักร "สถานการค้า" หมายความว่า สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการค้าใช้ประกอบการค้าเป็นประจำ ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงสถานที่ซึ่งใช้เป็นที่ผลิตหรือเก็บสินค้าเป็นประจำด้วย ในกรณีผู้ประกอบการค้าไม่มีสถานการค้าตามวรรคก่อน ให้ถือว่าที่อยู่อาศัยของผู้ประกอบการค้านั้นเป็นสถานการค้า ถ้าผู้ประกอบการค้ามีที่อยู่อาศัยหลายแห่ง จะเลือกเอาที่อยู่อาศัยแห่งใดเป็นสถานการค้าก็ได้ "บริษัท" หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น และหมายความรวมถึงห้างหุ้นส่วนหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลด้วย "มูลค่า" หมายความว่า ราคาตลาดของทรัพย์สิน บริการ หรือประโยชน์อย่างอื่นในกรณีที่ไม่มีราคาตลาด ให้หมายความถึงราคาอันผู้ประกอบการค้าพึงได้รับจากทรัพย์สิน บริการหรือประโยชน์อย่างอื่นนั้น เว้นแต่มูลค่าของสินค้าตามมาตรา ๗๙ ทวิ (๑) (๔) หรือ (๕) ให้ถือตามราคาขายปลีก "ขาย" หมายความรวมถึงสัญญาจะขาย ขายฝาก แลกเปลี่ยน ให้เช่าซื้อหรือจำหน่ายจ่ายโอนโดยมีประโยชน์ตอบแทนด้วย "สินค้าสำเร็จรูป" หมายความว่า สินค้าซึ่งตามสภาพอาจอุปโภคบริโภคได้โดยไม่จำต้องเปลี่ยนหรือดัดแปลง หรือนำไปผสมกับสิ่งอื่น "ภัตตาคาร" หมายความว่า กิจการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ว่าชนิดใด ๆ ในหรือจากสถานที่ซึ่งจัดไว้ให้ประชาชนเข้าไปบริโภคได้ "ไนท์คลับหรือคาบาเรต์" หมายความว่า กิจการจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ว่าชนิดใด ๆ ในสถานที่ซึ่งจัดให้มีการแสดงดนตรี การลีลาศ หรือการแสดงอย่างอื่นด้วย "เดือนภาษี" หมายความว่า เดือนปฏิทิน มาตรา ๗๗ ทวิ ภาษีการค้าเป็นภาษีอากรประเมิน มาตรา ๗๘ ผู้ประกอบการค้าตามที่ระบุในบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวดนี้ มีหน้าที่เสียภาษีการค้าจากรายรับของทุกเดือนภาษีตามอัตราในบัญชีอัตราภาษีการค้าดังกล่าวนั้น เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปโดยสะดวกและรัดกุม อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีจะประกาศให้บุคคลใดที่เป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ส่งออก ผู้ขายทอดหนึ่งทอดใดหรือทุกทอดซึ่งสินค้าตามที่กำหนด แต่ไม่เป็นผู้ที่บัญชีอัตราภาษีการค้าระบุให้เสียภาษีไว้โดยเฉพาะ มีหน้าที่เสียภาษีตามหมวดนี้เพียงบางส่วนหรือทั้งหมดก็ได้ ในกรณีดังกล่าวให้ถือว่า บุคคลนั้นเป็นผู้ประกอบการค้า แต่อัตราภาษีที่บุคคลนั้นต้องเสียให้เป็นไปดังนี้ (๑) ในกรณีที่ประกาศให้ผู้ขายทุกทอดมีหน้าที่เสียภาษี ให้เสียภาษีในอัตราร้อยละ ๑.๕ (๒) ในกรณีอื่น ให้เสียภาษีในอัตรารวมกันเท่ากับที่ระบุไว้ในบัญชีอัตราภาษีการค้า มาตรา ๗๘ ทวิ ผู้ประกอบการค้าในกิจการดังต่อไปนี้ ไม่อยู่ในบังคับบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ (๑) กิจการค้าหาบเร่ (๒) กิจการค้าน้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนด พืชผลจากไม้ล้มลุกหรือธัญญชาติอันเกิดจากการกสิกรรมของตนเอง โดยผู้ประกอบการค้าในกิจการดังกล่าวนั้นมิใช่เป็นผู้ส่งออก (๓) กิจการของสถานศึกษาของทางราชการและโรงเรียนราษฎร์ซึ่งได้จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์ (๔) กิจการขนส่งด้วยรถจักรยานสามล้อ เรือพายหรือเรือแจว ซึ่งขับขี่ พาย หรือแจวด้วยกำลังคน และผู้ประกอบการค้าขับขี่ พาย หรือแจวเองโดยเฉพาะ (๕) กิจการของกระทรวงทบวงกรมหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งส่งรายรับทั้งสิ้นให้แก่รัฐโดยไม่หักรายจ่าย (๖) กิจการขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เว้นแต่กิจการนั้นเป็นการขนส่ง การขายหรือจำหน่ายด้วยวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจการสาธารณูปโภคหรือไม่ก็ตาม (๗) กิจการของธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารเพื่อการสหกรณ์ และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (๘) กิจการเพื่อประโยชน์แก่การศาสนาหรือการสาธารณกุศลในประเทศไทย โดยเฉพาะซึ่งไม่นำผลกำไรไปจ่ายในทางอื่น (๙) กิจการของผู้ประกอบเกษตรกรรมเลี้ยงสัตว์ตามหน้าที่ในกฎหมายว่าด้วยการสวนครัวและการเลี้ยงสัตว์เพื่อประโยชน์แห่งครัวเรือน และกิจการเกษตรกรรมเลี้ยงเป็ดหรือไก่ ส่วน ๒ รายรับ มาตรา ๗๙ รายรับ หมายความว่า เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆ อันมีมูลค่าที่ได้รับหรือพึงได้รับไม่ว่าในหรือนอกราชอาณาจักรเนื่องจากการประกอบการค้า เว้นแต่ (๑) รายรับจากการค้าประเภทโรงสีหรือโรงเลื่อย หมายความว่า (ก) เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆ อันมีมูลค่าที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายผลิตภัณฑ์และวัตถุพลอยได้จากการสีข้าวหรือเลื่อยไม้ และ (ข) มูลค่าของผลิตภัณฑ์และวัตถุพลอยได้ในวันที่ทำการรับจ้างสีข้าวหรือเลื่อยไม้เสร็จซึ่งผลิตภัณฑ์และวัตถุพลอยได้นั้นมิใช่เป็นของผู้ประกอบการค้า (๒) รายรับจากการค้าประเภทโรงรับจำนำ หมายความว่า (ก) ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และ (ข) เงิน ทรัพย์สิน ค่าตอบแทนหรือประโยชน์ใด ๆ อันมีมูลค่าที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการขายของที่จำนำหลุดเป็นสิทธิ (๓) รายรับจากการค้าประเภทการธนาคาร หมายความว่า (ก) ดอกเบี้ย ส่วนลด ค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่เรียกเก็บ และ (ข) กำไรก่อนหักรายจ่ายใด ๆ จากการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตรา การออก ซื้อหรือขายตั๋วเงิน หรือการส่งเงินไปต่างประเทศ (๔) รายรับจากการค้าประเภทการประกันภัย หมายความว่า เบี้ยประกันภัยหรือเงินอื่นที่ผู้รับประกันภัยเรียกเก็บ เว้นแต่เบี้ยประกันภัยส่วนที่ต้องคืนภายในเดือนที่เก็บได้ และเบี้ยประกันภัยที่ได้จากการรับประกันต่อซึ่งผู้เอาประกันภัยต่อได้เสียภาษีจากเบี้ยประกันภัยตามหมวดนี้แล้ว (๕) ผู้ประกอบการค้าที่เป็นผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าซึ่งได้ยื่นคำร้องต่ออธิบดี ขอให้ถือว่ามีการขายสินค้าในวันผลิตหรือนำเข้าในราชอาณาจักรและอธิบดีได้พิจารณาเห็นสมควรและอนุมัติแล้ว ในกรณีนี้ รายรับ หมายความว่า มูลค่าของสินค้าในวันที่ผลิตหรือนำเข้าในราชอาณาจักร หรือวันที่ได้รับอนุมัติแล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง (๖) ในกรณีอธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีได้ประกาศให้ถือว่าผู้ประกอบการค้าที่เป็นผู้นำเข้าซึ่งสินค้าตามที่กำหนดได้ขายสินค้าในวันนำเข้าในราชอาณาจักร รายรับ หมายความว่า มูลค่าของสินค้าในวันนำเข้าในราชอาณาจักร (๗) ในกรณีตาม (๒) วรรคสองของมาตรา ๗๘ รายรับ หมายความว่า มูลค่าของสินค้าตามราคาตลาดที่ผู้ประกอบการค้าตามที่ระบุในบัญชีอัตราภาษีการค้าจะพึงได้รับในวันที่ผู้ประกอบการค้าตาม (๒) วรรคสองของมาตรา ๗๘ นั้นขายสินค้าดังกล่าว มาตรา ๗๙ ทวิ ในกรณีต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นการขายสินค้า และให้ถือมูลค่าของสินค้าดังกล่าวเป็นรายรับ (๑) การนำเข้าในราชอาณาจักรโดยมิใช่นำมาขายหรือผลิตเพื่อขายซึ่งสินค้าตาม (ก) ประเภทการค้า ๑. ชนิด ๑ แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าที่มิใช่เป็นของใช้ส่วนตัวซึ่งใช้กันตามปกติและตามสมควร (ข) ประเภทการค้า ๑. ชนิดอื่น (๒) การส่งออกนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้าตามประเภทการค้า ๑. ทุกชนิด และประเภทการค้า ๒. แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าโดยเป็นการส่งให้แก่หรือตามคำสั่งของสำนักงานใหญ่ สาขา ตัวการ ตัวแทน นายจ้างหรือลูกจ้าง (๓) ผู้ประกอบการค้านำสินค้าของตนตามประเภทการค้า ๑. ทุกชนิด และประเภทการค้า ๒. แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้า ไปใช้ หรือโอนกรรมสิทธิ์หรือโอนการครอบครองซึ่งสินค้าดังกล่าวโดยมิใช่เพื่อขาย (๔) การซื้อสินค้าตามประเภทการค้า ๑. ชนิด ๒ (ก) หรือชนิด ๔ แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าโดยสินค้านั้นมิได้มีการเสียภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามประมวลรัษฎากรก่อนแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๐๔ มาก่อน หรือมิได้เคยเสียภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากรนี้มาก่อน (๕) การทำหรือดัดแปลง หรือจัดให้ผู้อื่นทำหรือดัดแปลงซึ่งสิ่งใด ๆ ให้เข้าลักษณะเป็นสินค้าตามประเภทการค้า ๑. ชนิด ๔ แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าโดยมิใช่เพื่อขาย (๖) ผู้ประกอบกิจการโรงงานโอนกรรมสิทธิ์หรือโอนการครอบครอง หรือนำไปใช้เพื่อการอื่นซึ่งสินค้าตามประเภทการค้า ๑. ชนิด ๙ (ค) อันมิใช่นำไปใช้เป็นวัสดุเพื่อผลิตขายต่อไป (๗) ผู้ประกอบการค้ามีสินค้าตามประเภทการค้า ๑. ทุกชนิด และประเภทการค้า ๒. แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าเกินจากบัญชีคุมสินค้าที่กำหนดให้ทำตามส่วน ๔ (๘) ผู้ประกอบการค้ามีสินค้าตามประเภทการค้า ๑. ทุกชนิด และประเภทการค้า ๒. แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าขาดจากบัญชีคุมสินค้าที่กำหนดให้ทำตามส่วน ๔ (๙) ผู้ประกอบการค้ามีสินค้าคงเหลือ ณ วันเลิกประกอบการค้า ในกรณีตาม (๑) (๒) (๔) (๕) และ (๖) ให้ถือว่าผู้ที่นำสินค้าเข้าในราชอาณาจักร ผู้ที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ผู้ซื้อ ผู้เป็นเจ้าของสินค้าที่ทำหรือดัดแปลงแล้ว และผู้ประกอบกิจการโรงงาน แล้วแต่กรณี เป็นผู้ประกอบการค้า ในกรณีตาม (๙) เมื่อผู้ประกอบการค้าได้ขายสินค้าคงเหลือและมีรายรับต่ำกว่ารายรับที่ได้คำนวณเสียภาษีไว้แล้ว ผู้ประกอบการค้ามีสิทธิที่จะยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานประเมินขอคืนภาษีที่ได้เสียเกินไปได้ แต่จะต้องยื่นคำร้องภายในสามสิบวันนับแต่วันขายสินค้า มาตรา ๗๙ ตรี รายรับจากกิจการดังต่อไปนี้หรือที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีการค้า (๑) การขายสินค้าชนิดที่เป็นเครื่องเงิน เครื่องถม สินค้าตามประเภทการค้า ๑. ชนิด ๗ (ข) แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรเฉพาะที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร (๒) การขายวิสกี้ ใบยาสูบ ยาสูบหรือผลิตภัณฑ์ยาสูบ เฉพาะที่ผลิตในราชอาณาจักรและส่งออกนอกราชอาณาจักร (๓) การขายน้ำมันเครื่องบินให้แก่บริษัทการบินต่างประเทศ ถ้าประเทศซึ่งบริษัทการบินต่างประเทศนั้นจดทะเบียนหรือก่อตั้งขึ้น ได้ให้การยกเว้นภาษีทำนองเดียวกันสำหรับการขายน้ำมันเครื่องบินให้แก่และหรือการซื้อน้ำมันเครื่องบินโดยบริษัทการบินที่จดทะเบียนหรือก่อตั้งขึ้นในราชอาณาจักร ความในวรรคก่อนจะนำมาใช้บังคับได้ต่อเมื่อมีหลักฐานแจ้งชัดว่าผู้ประกอบการค้าได้ลดราคาสินค้าให้จริงเท่ากับอัตราภาษีการค้าตามกฎหมาย (๔) รายรับเฉพาะที่เป็นราคาแสตมป์การกุศล บำรุงการศึกษา และการสาธารณสุขที่รัฐบาลจัดทำขึ้น (๕) กิจการขายข้าวเฉพาะส่วนรายรับที่จ่ายเป็นค่าพรีเมี่ยมข้าวให้รัฐบาล (๖) ดอกเบี้ยพันธบัตรของรัฐบาล (๗) การขายหนังสือพิมพ์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข่าวสารที่จำหน่ายแก่สาธารณชน มาตรา ๗๙ จัตวา การคำนวณรายรับตามส่วนนี้ให้เป็นไปดังต่อไปนี้ (๑) วิธีการ หลักเกณฑ์ และการปฏิบัติทางบัญชีเพื่อประโยชน์ในการคำนวณรายรับเมื่อได้เลือกปฏิบัติเป็นอย่างใดแล้ว ให้ถือปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกันตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีให้เปลี่ยนแปลงได้ (๒) มูลค่าตามมาตรา ๗๙ (๑) (ข) ให้คำนวณเป็นรายรับของเดือนภาษีที่มีการสีข้าวหรือเลื่อยไม้ แล้วแต่กรณี (๓) การค้าประเภทการขายของให้คำนวณราคาสินค้าเป็นรายรับในเดือนภาษีที่มีการขายเสร็จเด็ดขาด ไม่ว่าจะได้รับชำระเงินหรือราคาแล้วหรือไม่ก็ตาม กรณีสัญญาจะขายหรือให้เช่าซื้อสินค้า จำนวนเงินที่จะต้องชำระเมื่อถึงกำหนดในเดือนภาษีใด ให้ถือเป็นรายรับในเดือนภาษีนั้น กรณีสัญญาจะขายหรือให้เช่าซื้อสินค้าตามประเภทการค้า ๑. ชนิด ๒ ชนิด ๓ หรือชนิด ๔ แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้า ให้คำนวณราคาสินค้าหรือค่าเช่าซื้อทั้งสิ้นเป็นรายรับในเดือนภาษีที่มีสัญญาจะขายหรือให้เช่าซื้อ (๔) หนี้สูญจากการค้าประเภทการขายของที่ต้องเสียภาษีตามหมวดนี้ ถ้าได้จำหน่ายไปในเดือนใด ให้หักออกจากรายรับของเดือนนั้นได้ การจำหน่ายหนี้สูญจะกระทำได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แล้ว หนี้สูญรายใดที่ได้จำหน่ายตามวรรคแรกแล้ว ถ้าได้รับชำระในภายหลังให้นำมาคำนวณเป็นรายรับของเดือนภาษีที่ได้รับชำระนั้น (๕) ในกรณีที่ราคาขายสินค้าเป็นเงินตราต่างประเทศ ถ้ามีการขายเงินตราต่างประเทศที่ได้รับชำระเป็นเงินตราไทยในเดือนที่ขาย ให้ถือเงินตราไทยจากการขายนั้นเป็นรายรับ ในกรณีที่มิได้มีการขายเงินตราต่างประเทศดังกล่าวในวรรคก่อน ให้คำนวณราคาขายสินค้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เป็นเงินตราไทยตามอัตราตลาดในวันสุดท้ายของเดือนที่มีการขายสินค้านั้น ส่วน ๓ การจดทะเบียน มาตรา ๘๐ ให้ผู้ประกอบการค้ายื่นคำขอจดทะเบียนการค้าตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันใช้บังคับบทบัญญัติในหมวดนี้ หรือวันเริ่มประกอบการค้า แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง ถ้าผู้ประกอบการค้ามีสถานการค้าหลายแห่ง ให้แยกยื่นคำขอเป็นรายสถานการค้า มาตรา ๘๐ ทวิ ผู้ประกอบการค้าที่มีรายรับเฉพาะประเภทที่ระบุในมาตรา ๗๙ ทวิ (๑) (๔) และ (๕) ประเภทการค้า ๕. ซึ่งให้เช่าเฉพาะเครื่องเรือนและของใช้ที่ใช้ประจำอยู่กับโรงเรือนที่ให้เช่า ให้ได้รับยกเว้นการจดทะเบียนตามส่วนนี้ มาตรา ๘๐ ตรี ผู้ประกอบการค้าที่มีสถานการค้าอยู่ในเขตจังหวัดพระนครหรือจังหวัดธนบุรี ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนการค้าต่ออธิบดี ณ กรมสรรพากร หรือ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานการค้าตั้งอยู่ ผู้ประกอบการค้าที่มีสถานการค้าอยู่ในเขตจังหวัดอื่น ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนการค้าต่อสรรพากรจังหวัด ณ ที่ทำการสรรพากรจังหวัด หรือ ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่สถานการค้าตั้งอยู่ มาตรา ๘๐ จัตวา เมื่อผู้ประกอบการค้าได้ยื่นคำขอจดทะเบียนการค้าตามมาตรา ๘๐ ตรี แล้ว ให้อธิบดีหรือสรรพากรจังหวัด แล้วแต่กรณี ออกใบทะเบียนการค้าให้เป็นรายสถานการค้า มาตรา ๘๑ ถ้าใบทะเบียนการค้าสูญหาย ให้ผู้ประกอบการค้ายื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนการค้าต่อเจ้าพนักงาน ณ สถานที่ตามมาตรา ๘๐ ตรี ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่สูญหาย ในกรณีออกใบแทนใบทะเบียนการค้า ให้นำมาตรา ๘๐ จัตวา มาใช้บังคับโดยอนุโลม ใบแทนใบทะเบียนการค้าให้ถือเป็นใบทะเบียนการค้า มาตรา ๘๑ ทวิ ผู้ประกอบการค้าต้องแสดงใบทะเบียนการค้าไว้ ณ ที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ถนัดในสถานการค้า มาตรา ๘๒ เมื่อผู้ประกอบการค้าย้ายสถานการค้า ให้แจ้งการย้ายต่อเจ้าพนักงาน ณ สถานที่ซึ่งได้จดทะเบียนการค้าไว้เดิมภายในสิบห้าวันนับแต่วันย้ายโดยให้แนบใบทะเบียนการค้าคืนไปด้วย ให้ผู้ประกอบการค้าตามวรรคก่อนจดทะเบียนการค้าใหม่ภายในกำหนดเวลาเช่นเดียวกับวรรคก่อน ทั้งนี้ ให้นำมาตรา ๘๐ มาตรา ๘๐ ตรี และมาตรา ๘๐ จัตวา มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา ๘๒ ทวิ เมื่อผู้ประกอบการค้าเลิกประกอบการค้าหรือโอนกิจการค้า ให้แจ้งการเลิกหรือการโอนตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อเจ้าพนักงาน ณ สถานที่ตามมาตรา ๘๐ ตรี ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลิกหรือโอนกิจการค้าโดยให้แนบใบทะเบียนการค้าคืนไปด้วย มาตรา ๘๒ ตรี ผู้ประกอบการค้าผู้ใดกระทำผิดบทบัญญัติในหมวดนี้ อธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายมีอำนาจสั่งเพิกถอนใบทะเบียนการค้าของผู้ประกอบการค้านั้นได้ ส่วน ๔ บัญชีหลักฐานและการปฏิบัติ มาตรา ๘๓ ให้ผู้ประกอบการค้าที่ต้องจดทะเบียนการค้าตามส่วน ๓ ทำบัญชีหลักฐานแสดงรายรับทั้งที่ต้องเสียภาษีและไม่ต้องเสียภาษีตามหมวดนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีตามหมวดนี้ เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นสมควรจะกำหนดให้ผู้ประกอบการค้าทำบัญชีหลักฐานตามแบบที่อธิบดีกำหนด หรือจะให้แสดงรายงานหรือแจ้งข้อความใด ๆ ก็ได้ มาตรา ๘๓ ทวิ ให้ผู้ประกอบการค้าตามประเภทการค้า ๑. ทุกชนิดและประเภทการค้า ๒. แห่งบัญชีอัตราภาษีการค้าทำบัญชีคุมสินค้าตามแบบที่อธิบดีกำหนด แสดงรายการปริมาณสินค้าซึ่งมีอยู่ ได้มาและจำหน่ายไปเป็นรายวัน รายการในบัญชีดังกล่าวนี้ต้องลงให้เสร็จภายในสามวันนับแต่วันที่ได้มาหรือจำหน่ายไปแต่ละครั้งซึ่งสินค้านั้น ในกรณีที่มีการอนุมัติหรือประกาศตามมาตรา ๗๙ (๕) หรือ (๖) แล้ว ให้ยกเว้นการทำบัญชีตามวรรคก่อน เว้นแต่อธิบดีจะสั่งเป็นอย่างอื่น มาตรา ๘๓ ตรี บัญชีตามมาตรา ๘๓ มาตรา ๘๓ ทวิ และเอกสารประกอบการลงบัญชีดังกล่าว ให้เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าห้าปีที่สถานการค้า หรือถ้าจะเก็บรักษาไว้ที่อื่น ให้ผู้ประกอบการค้าแจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินทราบล่วงหน้าเป็นหนังสือ ส่วน ๕ แบบแสดงรายการการค้า มาตรา ๘๔ ให้ผู้ประกอบการค้ายื่นแบบแสดงรายการการค้าตามแบบที่อธิบดีกำหนดเป็นรายเดือนภาษี ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนภาษีหรือไม่ก็ตาม ผู้ประกอบการค้าที่มีรายรับเฉพาะประเภทที่ระบุในมาตรา ๗๙ ทวิ (๑) (๔) หรือ (๕) ให้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าตามแบบที่อธิบดีกำหนดเป็นรายครั้งที่มีรายรับ มาตรา ๘๔ ทวิ ถ้าผู้ประกอบการค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาถึงแก่ความตายหรือเป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ ให้ผู้จัดการมรดก ทายาท หรือผู้ครอบครองทรัพย์มรดก ผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ แล้วแต่กรณี มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการการค้า มาตรา ๘๔ ตรี ถ้าผู้ประกอบการค้าเป็นบริษัท ให้กรรมการผู้อำนวยการหรือผู้จัดการ มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการการค้าในนามบริษัท มาตรา ๘๔ จัตวา ในกรณีผู้ประกอบการค้าอยู่นอกราชอาณาจักร ให้กรรมการ ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการ หรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในโรงงาน สถานการค้า หรือลูกจ้าง ตัวแทนหรือผู้ทำการแทน อันถือได้ว่ามีสาขาในราชอาณาจักร มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการการค้า มาตรา ๘๔ เบญจ ถ้าบริษัทผู้ประกอบการค้าควบเข้ากันหรือโอนกิจการให้กัน ให้บริษัทอันได้ตั้งขึ้นใหม่ด้วยควบเข้ากันหรือบริษัทที่รับโอนกิจการ มีหน้าที่ร่วมกันกับบริษัทเดิมที่ควบเข้ากันหรือที่โอนกิจการ ยื่นแบบแสดงรายการการค้าของบริษัทเดิมที่ควบเข้ากันหรือที่โอนกิจการนั้น แล้วแต่กรณี มาตรา ๘๔ ฉ ถ้าบริษัทผู้ประกอบการค้าเลิกโดยมีการชำระบัญชี ให้ผู้ชำระบัญชีและกรรมการ ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันเลิกบริษัท มีหน้าที่ร่วมกันยื่นแบบแสดงรายการการค้า ถ้าบริษัทผู้ประกอบการค้าเลิกโดยไม่มีการชำระบัญชี ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนและบุคคลผู้มีอำนาจจัดการมีหน้าที่ร่วมกันยื่นแบบแสดงรายการการค้า มาตรา ๘๕ แบบแสดงรายการการค้าที่ต้องยื่นตามส่วนนี้ ให้ยื่นต่อเจ้าพนักงาน ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ซึ่งสถานการค้าตั้งอยู่ หรือต่อเจ้าพนักงานและ ณ สถานที่อื่นที่อธิบดีกำหนด ในกรณีที่ผู้ประกอบการค้ามีสถานการค้าหลายแห่ง การยื่นแบบแสดงรายการการค้าตามวรรคก่อน ให้แยกยื่น ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ซึ่งสถานการค้าแต่ละแห่งตั้งอยู่ แต่ผู้ประกอบการค้าอาจยื่นคำร้องต่ออธิบดีขอยื่นแบบแสดงรายการการค้ารวมกัน ณ กรมสรรพากร หรือ ณ ที่ว่าการอำเภอแห่งใดแห่งหนึ่ง เมื่ออธิบดีพิจารณาเห็นสมควรจะอนุมัติก็ได้ มาตรา ๘๕ ทวิ เว้นแต่อธิบดีจะกำหนดเวลาเป็นอย่างอื่น แบบแสดงรายการการค้าที่ต้องยื่นตามมาตรา ๘๔ สำหรับเดือนภาษีใด ให้ยื่นภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป ส่วน ๖ การชำระภาษี มาตรา ๘๖ ให้ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการตามส่วน ๕ ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาตามมาตรา ๘๕ ทวิ พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการนั้น มาตรา ๘๖ ทวิ ในกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินได้ประเมินให้เสียภาษี บุคคลผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องชำระภาษีนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน เว้นแต่การประเมินตามมาตรา ๑๘ ทวิ จะต้องชำระภาษีภายในเวลาที่บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดไว้ มาตรา ๘๖ ตรี ผู้ประกอบการค้ารายย่อยตามที่กำหนดในกฎกระทรวง อาจเสียภาษีการค้าเหมาเป็นงวดได้ เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายแล้ว ผู้ต้องเสียภาษีตามมาตรานี้จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและวิธีการที่กำหนดโดยกฎกระทรวง มาตรา ๘๖ จัตวา ภาษีตามหมวดนี้ ถ้าในเดือนภาษีใดมีจำนวนไม่ถึงสิบห้าบาท เป็นอันไม่ต้องเสียสำหรับเดือนภาษีนั้น ส่วน ๗ อำนาจเจ้าพนักงานประเมิน มาตรา ๘๗ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามหมวดนี้ในเมื่อ (๑) ปรากฏแก่เจ้าพนักงานประเมินว่า ผู้ประกอบการค้ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด (๒) เจ้าพนักงานประเมินพิจารณาเห็นว่า ผู้ประกอบการค้ายื่นแบบแสดงรายการการค้าไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียคลาดเคลื่อนไป หรือ (๓) ผู้ประกอบการค้าหรือผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการการค้าแทนผู้ประกอบการค้าไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมิน หรือไม่ยอมตอบคำถามของเจ้าพนักงานประเมินโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่สามารถแสดงหลักฐานเพื่อการคำนวณภาษี มาตรา ๘๗ ทวิ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามมาตรา ๘๗ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจ (๑) จัดทำรายการลงในแบบแสดงรายการการค้าตามหลักฐานที่เห็นว่าถูกต้อง เมื่อผู้ประกอบการค้ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้า (๒) แก้ไขเพิ่มเติมรายการในแบบแสดงรายการการค้า หรือในเอกสารอื่นที่ยื่นประกอบแบบแสดงรายการการค้าเพื่อให้ถูกต้อง (๓) กำหนดราคาขายของสินค้าโดยเทียบเคียงกับราคาขายในวันเดียวกันหรือใกล้เคียงกันของสินค้าประเภทหรือชนิดเดียวกันตามราคาตลาดที่อาจเทียบเคียงกันได้หรือโดยเทียบเคียงกับราคาตลาดโลก (๔) กำหนดรายรับจากการให้เช่าทรัพย์สินโดยเทียบเคียงกับค่าเช่าที่ทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่าได้ตามปกติ (๕) กำหนดรายรับซึ่งผู้ประกอบการค้าควรได้รับ ในกรณีที่ผู้ประกอบการค้าได้ขายสินค้าไปในราคาที่ต่ำกว่าราคาอันควรจะขายได้ เพราะผู้ประกอบการค้ากับผู้ซื้อมีการควบคุม หรือความสัมพันธ์กันในด้านทุนหรือด้านการจัดการ (๖) กำหนดราคาทรัพย์สินหรือค่าบริการตามราคาตลาดในวันโอนหรือทำบริการ เมื่อการโอนทรัพย์สินหรือทำบริการให้นั้นไม่มีค่าตอบแทน หรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (๗) กำหนดรายรับโดยพิจารณาถึงฐานะความเป็นอยู่หรือพฤติการณ์ของผู้ประกอบการค้า หรือสถิติการค้าของผู้ประกอบการค้าเองหรือของผู้ประกอบการค้าอื่นที่กระทำกิจการทำนองเดียวกัน หรือพิจารณาจากหลักเกณฑ์อย่างอื่นอันอาจแสดงรายรับได้โดยสมควร (๘) ประเมินภาษีตามที่รู้เห็นหรือพิจารณาว่าถูกต้องเมื่อมีกรณีตามมาตรา ๘๗ (๓) โดยไม่จำต้องปฏิบัติตาม (๑) ถึง (๗) ก็ได้ มาตรา ๘๗ ตรี การดำเนินการตามมาตรา ๘๗ มาตรา ๘๗ ทวิ หรือมาตรา ๘๗ จัตวา เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียกบุคคลผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการการค้า หรือพยาน กับมีอำนาจสั่งบุคคลเหล่านั้นให้นำบัญชี เอกสารหรือหลักฐานอื่นอันควรแก่เรื่องมาตรวจสอบไต่สวนได้ แต่จะต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วันได้รับหมายเรียก มาตรา ๘๗ จัตวา เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจเข้าไปในสถานการค้าของผู้ประกอบการค้าหรือที่อื่นที่เกี่ยวข้องระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือเวลาทำการของผู้ประกอบการค้า และทำการตรวจสอบเพื่อให้ทราบว่า ผู้ประกอบการค้าได้ปฏิบัติการโดยถูกต้องตามบทบัญญัติในหมวดนี้หรือไม่ ในการนี้ เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจสั่งผู้ประกอบการค้าหรือบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้นให้ปฏิบัติการเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ อันควรแก่เรื่อง และมีอำนาจยึดเอกสารหลักฐานเหล่านั้นมาตรวจสอบไต่สวนได้ มาตรา ๘๘ เมื่อประเมินแล้ว ให้เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินเป็นหนังสือไปยังผู้ประกอบการค้า ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้ เว้นแต่การประเมินตามมาตรา ๘๗ (๓) ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน มาตรา ๘๘ ทวิ การประเมินให้กระทำได้ภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้ (๑) ห้าปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการการค้าหรือวันที่ยื่นแบบแสดงรายการการค้า แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง ถ้ามีการยื่นแบบแสดงรายการการค้า (๒) สิบปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการการค้า ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการการค้ามิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้า หรือยื่นแบบแสดงรายการการค้าเท็จ โดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีตามหมวดนี้ หรือยื่นแบบแสดงรายการการค้าโดยแสดงรายรับขาดไปเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าของยอดรายรับที่แสดงในแบบแสดงรายการการค้า ส่วน ๘ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม มาตรา ๘๙ ให้ผู้ประกอบการค้าเสียเบี้ยปรับในกรณีและตามอัตราต่อไปนี้ (๑) กรณีมิได้ยื่นคำขอจดทะเบียนการค้าตามมาตรา ๘๐ หรือเมื่อถูกสั่งเพิกถอนใบทะเบียนการค้าตามมาตรา ๘๒ ตรี แล้ว ได้ประกอบการค้าโดยไม่มีใบทะเบียนการค้า ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีตลอดระยะเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวหรือเป็นเงินสองร้อยบาทต่อเดือนแล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า (๒) กรณีมิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าภายในกำหนดเวลาตามส่วน ๕ ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษี (๓) กรณียื่นแบบแสดงรายการการค้าไว้ไม่ถูกต้อง หรือมีข้อผิดพลาดทำให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียคลาดเคลื่อนไป ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินภาษีที่เสียคลาดเคลื่อน (๔) กรณีผู้ประกอบการค้ามีสินค้าเกินจากบัญชีคุมสินค้าซึ่งให้ถือว่าเป็นการขายตามมาตรา ๗๙ ทวิ (๗) ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินภาษีจากรายรับของสินค้าที่ให้ถือว่าขายนั้น (๕) กรณีผู้ประกอบการค้ามีสินค้าขาดจากบัญชีคุมสินค้าซึ่งให้ถือว่าเป็นการขายตามมาตรา ๗๙ ทวิ (๘) ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษีจากรายรับของสินค้าที่ให้ถือว่าขายนั้น เบี้ยปรับตามมาตรานี้อาจงดหรือลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี มาตรา ๘๙ ทวิ ผู้ประกอบการค้าใดไม่ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาตามส่วน ๖ ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ ๑ ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับตามมาตรา ๘๙ ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาชำระภาษี และได้มีการชำระภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายให้นั้น เงินเพิ่มตามวรรคก่อนให้ลดลงเหลือร้อยละ ๐.๕ ต่อเดือนหรือเศษของเดือน การคำนวณเงินเพิ่มในสองวรรคก่อนเว้นแต่กรณีการประเมินตามมาตรา ๑๘ ทวิ ให้เริ่มนับเมื่อพ้นสิบห้าวันถัดจากเดือนภาษี เงินเพิ่มตามมาตรานี้ มิให้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระโดยไม่รวมเบี้ยปรับตามมาตรา ๘๙ มาตรา ๘๙ ตรี เบี้ยปรับและเงินเพิ่มให้ถือเป็นเงินภาษี ส่วน ๙ บทกำหนดโทษ มาตรา ๙๐ ผู้ใดโดยรู้อยู่แล้วหรือจงใจไม่ยื่นคำขอจดทะเบียนการค้าตามมาตรา ๘๐ ไม่แจ้งการย้ายตามมาตรา ๘๒ ไม่แจ้งการเลิกหรือการโอนตามมาตรา ๘๒ ทวิ ไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกที่ออกตามมาตรา ๘๗ ตรี หรือไม่ยอมตอบคำถามของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจไต่สวนตามหมวดนี้โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๙๑ ผู้ใดไม่ยื่นคำขอรับใบแทนตามมาตรา ๘๑ หรือไม่แสดงใบทะเบียนการค้าตามมาตรา ๘๑ ทวิ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท มาตรา ๙๒ ผู้ใดไม่ทำบัญชีหรือไม่แสดงรายงานหรือแจ้งข้อความ ให้เป็นไปตามมาตรา ๘๓ หรือมาตรา ๘๓ ทวิ หรือไม่เก็บรักษา หรือไม่แจ้งการเก็บรักษาบัญชี หรือเอกสารตามมาตรา ๘๓ ตรี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๙๓ ผู้ใดขัดขวางหรือไม่อำนวยความสะดวกแก่เจ้าพนักงานประเมินในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๘๗ จัตวา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ" บัญชีอัตราภาษีการค้า ประเภทการค้า รายการที่ประกอบการค้า ผู้ประกอบการค้าที่มีหน้าที่เสียภาษีการค้า อัตราภาษีร้อยละของรายรับ ๑. การขายของ การขายสินค้าชนิดดังต่อไปนี้ ชนิด ๑ (ก) สินค้าและวัตถุพลอยได้นอกจากที่ระบุในชนิด๒ ถึงชนิด ๙ และนอกจากที่ระบุในประเภทการค้าอื่นแล้ว ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ๕.๐ (ข) สินค้าและวัตถุพลอยได้ตาม (ก)ซึ่งผู้ผลิตไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีตาม (ก) ผู้ส่งออก ๒.๐ ชนิด ๒ ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ๑๒.๐ (ก) ตู้เย็น ตู้ทำความเย็นเครื่องปรับอากาศ เครื่องแปรอากาศ เครื่องทำให้อากาศบริสุทธิ์หรือสินค้าที่เรียกชื่ออย่างอื่นอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน (ข) เครื่องนวด เป่า บดหรืออบเครื่องซักผ้า ดูดฝุ่น ถูหรือขัดพื้น เครื่องหุง ต้มหรือปิ้ง เตาหรือเตาอบหรือเครื่องใช้อย่างอื่นซึ่งใช้กับไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิงหรือแก๊ส (ค) นาฬิกา (ง) เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องรับวิทยุเครื่องเล่นจานเสียง เล่นเทปอัดเสียง บันทึกเสียง ขยายเสียงหรือปรับเสียงจานเสียง เทปอัดเสียงหรือสินค้าที่เรียกชื่ออย่างอื่นอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน ทั้งนี้ไม่รวมถึงเครื่องรับวิทยุที่มีหลอดไม่เกิน ๔ หลอด หรือมีแทรนซิสเตอร์ไม่เกิน ๖แทรนซิสเตอร์อันต้องเสียภาษีอัตราในชนิด ๑ (จ) เครื่องดนตรี ทั้งนี้ไม่รวมถึงเครื่องดนตรีพื้นเมืองอันต้องเสียงภาษีตามอัตราในชนิด ๑ (ฉ) กล้องถ่ายภาพยนตร์หรือถ่ายรูปเครื่องถ่ายหรืออัดรูปหรือเอกสาร เครื่องฉายภาพหรือภาพยนตร์เครื่องม้วนหรือตัดต่อฟิล์ม เครื่องล้าง อัด ขยายหรือพิมพ์รูปเอกสารหรือภาพยนตร์ ฟิล์มหรือสิ่งอื่นที่ใช้อัดหรือถ่ายรูปเอกสารหรือภาพยนตร์ซึ่งยังมิได้ใช้อัดหรือถ่ายทั้งนี้ไม่รวมถึงเครื่องเอกซ์เรย์และฟิล์มที่ใช้กับเครื่องเอกซ์เรย์อันต้องเสียภาษีตามอัตราในชนิด๑ (ช) สิ่งอุปกรณ์ส่วนประกอบหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของสินค้าตาม (ก) (ข) (ค) และ (ฉ) สินค้าตาม (ก)ถึง (ช)ซึ่งใช้เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ในการแพทย์และรัฐมนตรีอนุมัติให้เสียภาษีตามอัตราในชนิด๑ ชนิด ๓ ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ๑๐.๐ (ก) โคมไฟฟ้าพัดลมหรือเตารีดซึ่งใช้กับไฟฟ้า (ข) รถจักรยานยนต์หรือเครื่องยนต์ที่ใช้ติดกับรถจักรยาน ชนิด ๔ ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ๒๐.๐ (ก) รถยนต์นั่ง (ข)รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกินสิบคน ชนิด ๕ ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ๒๕.๐ วิสกี้ บรั่นดี ยิน รัมไวน์หรือสุราอย่างอื่น นอกจากสุราขาว (สุราโรง)และเบียร์อันต้องเสียภาษีตามอัตราในชนิด ๑ ชนิด ๖ ผู้ขายทอดแรก ๒.๕ สมุด เอกสารหรือสิ่งตีพิมพ์ที่ผลิตในราชอาณาจักร ชนิด ๗ ผู้ขายทุกทอด ๓.๐ (ก) ทองคำ ทองคำขาว ทองขาว เงิน นากส่วนผสมของวัตถุดังกล่าว สินค้าทที่ทำด้วยวัตถุดังกล่าวรวมทั้งสิ่งทำเทียมวัตถุหรือสินค้าดังกล่าวด้วย (ข) เพชร พลอย ทับทิม มรกต บุษราคัมโกเมน โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย์ หยก ไข่มุก อัญมณีที่มีลักษณะทำนองเดียวกันสินค้าที่ทำด้วยวัตถุดังกล่าว รวมทั้งสิ่งทำเทียมวัตถุหรือสินค้าดังกล่าวด้วย (ค)ของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการค้าของเก่า ชนิด ๘ ผู้ส่งออก ๔.๐ ยางแผ่นหรือยางชนิดอื่นอันผลิตขึ้นหรือได้มาจากส่วนใดๆ ของต้นยางพารา แร่โลหะ หรือสินแร่โลหะทุกชนิด แต่ไม่รวมถึงวัตถุประดิษฐ์จากยากแร่โลหะหรือสินแร่โลหะอันต้องเสียภาษีตามอัตราในชนิด ๑ ชนิด ๙ (ก)สินค้าที่มิใช่สินค้าสำเร็จรูปหรือสินค้าตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งขายให้แก่โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานสำหรับใช้เป็นวัสดุเพื่อผลิตขายต่อไป ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ๑.๕ (ข) สินค้าตาม (ก) ซึ่งขายให้แก่ผู้อื่นนอกจากที่กล่าวใน (ก) ผู้นำเข้าหรือผู้ผลิต ๕.๐ (ค) สินค้าตาม (ก) ที่ผู้ประกอบกิจการโรงงานได้โอนกรรมสิทธิ์หรือโอนการครอบครองหรือนำไปใช้เพื่อการอื่นอันมิใช่ใช้เป็นวัสดุเพื่อผลิตขายต่อไป ผู้ประกอบกิจการโรงงาน ๕.๐ ๒. โรงสีและโรงเลื่อย การทำกิจการดังต่อไปนี้ (ก) การสีข้าวทุกชนิด ผู้ประกอบกิจการ ๓.๕ (ข) การเลื่อยไม้ทุกชนิด ผู้ประกอบกิจการ ๔.๐ ๓. การสาธารณูปโภค การทำกิจการดังต่อไปนี้ ผู้ผลิต ๑.๕ (ก)การขายกระแสไฟฟ้าและวัตถุพลอยได้จากการทำไฟฟ้า (ข) การขายน้ำประปาหรือน้ำบาดาล ๔. การรับจ้างทำของ การรับจ้างทำของรวมทั้งการขายส่วนประกอบและวัตถุพลอยได้ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้าง ๒.๐ (ก) การรับพิมพ์ เย็บสมุดเอกสารหรือทำปก (ข) การรับถ่าย ล้าง อัดหรือขยายรูปการทำบล็อก การถ่าย ทำหรือสร้างภาพยนตร์ (ค) การปลูกสร้างหรือการก่อสร้างทุกชนิด (ง) การรับโฆษณาด้วยวิธีการทุกชนิด (จ) การรับดัด ตัดแต่งผมหรือตกแต่งร่างกาย (ฉ) การรับจ้างทำของอย่างอื่น ๕. การให้เช่าทรัพย์สิน การให้เช่าทรัพย์สินที่มิใช่อสังหาริมทรัพย์ ผู้ให้เช่า ๒.๕ ๖. คลังสินค้า การทำคลังสินค้าการรับฝากทรัพย์หรือการให้บริการเกียวกับการเก็บสิ่งของต่าง ๆ ในห้องเย็น ผู้ประกอบกิจการ ๒.๕ ๗. โรงแรมและภัตตาคาร การทำกิจการดังต่อไปนี้ (ก) ไนท์คลับหรือคาบาเรต์ ผู้ประกอบกิจการ ๑๐.๐ (ข) โรงแรม ผู้ประกอบกิจการ ๗.๕ (ค) ภัตตาคาร ผู้ประกอบกิจการ ๕.๐ (ง)ภัตตาคารซึ่งส่วนใหญ่จำหน่ายอาหารพื้นเมือง น้ำชา กาแฟหรือน้ำอัดลม ผู้ประกอบกิจการ ๒.๐ ๘. การขนส่ง การรับขนไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆหรือการรับจ้างด้วยยานพาหนะ ผู้รับจ้าง ๐.๕ ๙. โรงรับจำนำ การรับจำนำตามกฎหมายว่าด้วยโรงรับจำนำ ผู้ประกอบกิจการ ๒.๕ ๑๐. นายหน้าและตัวแทน การรับทำการเป็นนายหน้า ตัวแทนผู้ทอดตลาด หรือรับจัดธุรกิจให้ผู้อื่นนอกจากที่ระบุไว้ในประเภทการค้าอื่นแล้ว นายหน้า ตัวแทนผู้ทอดตลาดหรือผู้ให้บริการ ๕.๕ ๑๑. การค้าอสังหาริมทรัพย์ การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ผู้ขาย ๓.๕ ๑๒. ธนาคาร การออมสินที่มิใช่ของรัฐบาล การธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์หรือกิจการของผู้ที่ประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์เช่น ให้กู้ยืมเงิน ค้ำประกัน แลกเปลี่ยนเงินตรา ออกซื้อหรือขายตั๋วเงินหรือรับส่งเงินไปต่างประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ รวมทั้งกิจการโพยก๊วนหรือฮ่วยตั๋ว ชนิด ๑ ผู้ประกอบกิจการ ๒.๕ ดอกเบี้ย ส่วนลดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการที่เรียกเก็บ ชนิด ๒ ผู้ประกอบกิจการ ๑๐.๕ กำไรก่อนหักรายจ่ายใด ๆจากการแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายเงินตรา การออก ซื้อหรือขายตั๋วเงินหรือการส่งเงินไปต่างประเทศ ๑๓. ประกันภัย การทำกิจการดังต่อไปนี้ ชนิด ๑ ผู้รับประกันภัย ๒.๕ การรับประกันชีวิต ชนิด ๒ ผู้รับประกันภัย ๓.๐ การรับประกันภัยอย่างอื่น