พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474
มาตรา 46
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช 2474 มาตรา 46 ให้เสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคมมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีอำนาจออกกฎเสนาบดีกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมและว่าด้วยกิจการอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ กฎเสนาบดีนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ประกาศมา ณ วันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบันรายการจำพวกสินค้า จำพวกที่ ๑ เคมีวัตถุสำหรับใช้ในหัตถกรรม การถ่ายรูปหรือการค้นหาความรู้ทางฟิสิกส์ และใช้เป็นยากันผุเสีย จำพวกที่ ๒ เคมีวัตถุสำหรับใช้ในการทำไร่นา เรือกสวน การรักษาโรคสัตว์ และการสุขาภิบาล จำพวกที่ ๓ เคมีวัตถุซึ่งทำขึ้นสำหรับใช้เป็นโอสถและในการผสมโอสถ จำพวกที่ ๔วัตถุซึ่งมาแต่รุกขชาติ สัตว์ และแร่ ตามธรรมชาติเดิมหรือทำขึ้นแล้วบ้างซึ่งไม่เข้าในพวกอื่น จำพวกที่ ๕ โลหะที่ไม่ได้ดัดแปลงขึ้น และที่ได้ดัดแปลงขึ้นบ้างแล้วสำหรับใช้ในหัตถกรรม จำพวกที่ ๖ เครื่องจักรทุกชนิด และส่วนของเครื่องจักร เว้นแต่เครื่องจักรที่ใช้ในการทำไร่นาเรือกสวน และส่วนของเครื่องจักรนั้น ๆซึ่งเข้าในจำพวก ๗ จำพวกที่ ๗ เครื่องจักรที่ใช้ในการทำไร่นาเรือกสวน และส่วนของเครื่องจักรนั้น ๆ จำพวกที่ ๘ บรรดาเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์สำหรับใช้เป็นประโยชน์ต่าง ๆ และเครื่องมือสำหรับใช้ในการสอน จำพวกที่ ๙ เครื่องดนตรี จำพวกที่ ๑๐ เครื่องบอกเวลา จำพวกที่ ๑๑ เครื่องมือและสิ่งซึ่งประดิษฐ์ขึ้น(ที่ไม่มีโอสถผสมอยู่) สำหรับใช้ในศัลยกรรม หรือการบำบัดโรคแก่มนุษย์และสัตว์ จำพวกที่ ๑๒ เครื่องตัด จิ้ม และเครื่องมือมีคม จำพวกที่ ๑๓ ของที่ทำด้วยโลหะ ซึ่งไม่เข้าจำพวกอื่น จำพวกที่ ๑๔ ของที่ทำด้วยโลหะอันมีค่า และเครื่องอาภรณ์ประดับกาย รวมทั้งของที่ทำเทียมด้วย จำพวกที่ ๑๕ เครื่องแก้ว และกระจกจำพวกที่ ๑๖ เครื่องกระเบื้อง และเครื่องปั้นดินเผา จำพวกที่ ๑๗ ของซึ่งทำขึ้นจากแร่ และจากวัตถุอื่น ๆ เพื่อการก่อสร้างหรือการตกแต่ง จำพวกที่ ๑๘ สิ่งซึ่งประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้ในการวิศวกรรม สถาปนิก และก่อสร้าง จำพวกที่ ๑๙ ศัสตราวุธ กระสุนดินดำ และอาวุธภัณฑ์ ซึ่งไม่เข้าในจำพวกที่ ๒๐ จำพวกที่ ๒๐วัตถุระเบิด จำพวกที่ ๒๑ สิ่งซึ่งประดิษฐ์ขึ้น เพื่อใช้ในการแผนผังต่อเรือ และเครื่องใช้ต่าง ๆ สำหรับเรือซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๒๒ ยวดยาน จำพวกที่ ๒๓ (ก) ด้าย (ข) ด้ายเย็บผ้า จำพวกที่ ๒๔ ผ้าฝ้าย จำพวกที่ ๒๕ ของทำด้วยฝ้าย ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๒๖ เส้นลิเนนและเส้นปอต่าง ๆ (เฮมป์)จำพวกที่ ๒๗ ผ้าลิเนนและผ้าปอต่าง ๆ (เฮมป์) จำพวกที่ ๒๘ ของทำด้วยลิเนนและปอต่าง ๆ (เฮมป์) ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๒๙ เส้นปอกระเจา (ยูต) และผ้าป่าน และของอื่น ๆ ที่ทำด้วยปอกระเจา (ยูต) ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๓๐ ไหมปั่น ไหมฟั่น และไหมเย็บ จำพวกที่ ๓๑ ผ้าแพร จำพวกที่ ๓๒ ของทำด้วยไหมซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๓๓ เส้นขนสัตว์ฟั่น หรือไหมพรม จำพวกที่ ๓๔ ผ้าทำด้วยขนสัตว์หรือไหมพรม จำพวกที่ ๓๕ ของทำด้วยขนสัตว์และไหมพรม ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๓๖ พรม ผ้าปูพื้น และผ้าน้ำมัน จำพวกที่ ๓๗ หนังสัตว์ฟอก หนังสัตว์ที่ยังมิได้ฟอก ทั้งที่แต่งแล้วและยังมิได้แต่งกับของทำด้วยหนังสัตว์ฟอกแล้ว ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๓๘ เครื่องนุ่งห่มและแต่งกาย จำพวกที่ ๓๙ กระดาษ (นอกจากกระดาษปิดผนัง) เครื่องเขียน และเครื่องเย็บสมุด จำพวกที่ ๔๐ ของทำด้วยยางอินเดียรับเบอร์และยางกัตตะเปอร์ซา ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น จำพวกที่ ๔๑ เครื่องแต่งเรือน จำพวกที่ ๔๒วัตถุที่ใช้เป็นอาหาร หรือเป็นเครื่องปรุงอาหาร จำพวกที่ ๔๓ สุราเมรัย จำพวกที่ ๔๔ น้ำแร่ และน้ำอัดลม ซึ่งเป็นเองและทำขึ้น จำพวกที่ ๔๕ ยาสูบที่แต่งแล้ว และยังมิได้แต่ง จำพวกที่ ๔๖ พืชพรรณ สำหรับการทำไร่นาเรือกสวน จำพวกที่ ๔๗ เทียน สบู่สามัญ ของสำหรับล้างทำความสะอาด น้ำมันจุดเพื่อสว่างเพื่อเกิดความร้อน และน้ำมันหยอดเครื่องจักร ไม้ขีดไฟ แป้ง คราม และสิ่งอื่นที่ทำขึ้นใช้ในการซักฟอก จำพวกที่ ๔๘ เครื่องหอม (รวมทั้งเครื่องเบ็ดเตล็ดสำหรับแต่งกาย ตบแต่งผิว สิ่งที่ทำขึ้นใช้สำหรับฟัน สำหรับผม และสบู่หอม) จำพวกที่ ๔๙ เครื่องเล่นทุกชนิด และสิ่งทั้งปวงที่ใช้ในการกีฬา ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่นจำพวกที่ ๕๐ เบ็ดเตล็ด (๑) ของทำด้วยเขี้ยวงา กระดูก หรือไม้ ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น (๒) ของทำด้วยฟางหรือหญ้า ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น (๓) ของทำมาจากสัตว์ และรุกขชาติ ซึ่งไม่เข้าในจำพวกอื่น (๔) กล้องยาสูบ (๕) ร่ม ไม้เท้า แปรง และหวี (๖) ยาขัดทาเครื่องแต่งเรือน ยาขัดภาชนะ (๗) ผ้าตาปอลิน ผ้าเต๊นต์ผ้ากันฝน เชือกเส้นใหญ่ (ปอกระเจาหรือปอต่าง ๆ ) เชือกต่าง ๆ (๘) ดุมทุกชนิด นอกจากดุมที่ทำด้วยโลหะอันมีค่าหรือของเทียมโลหะนั้น (๙) ของอัด (แป็คกิง) และสายสูบน้ำ (๑๐) ของต่าง ๆ ซึ่งไม่เข้าในจำพวกที่กล่าวมาแล้วพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖ มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ การอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนต่อรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๖, ๑๘ และ ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ นั้น ท่านให้ยื่นอุทธรณ์ทางนายทะเบียนภายในสามเดือนนับแต่วันที่ผู้ขอจดทะเบียนได้รับหนังสือแจ้งเหตุไม่รับจดทะเบียนดั่งที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ มาตรา ๔ ถ้าผู้ขอจดทะเบียนได้รับหนังสือแจ้งเหตุไม่รับจดทะเบียนจากนายทะเบียนไว้ก่อนวันออกพระราชบัญญัตินี้ไซร้ ท่านให้นับกำหนดเวลาอุทธรณ์ตั้งแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้เป็นต้นไป มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖ มาตรา ๑๐ ให้ถือว่าอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ หรือมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ที่ได้ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ และยังมิได้วินิจฉัย เป็นอุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๑๑ กำหนดเวลาสำหรับยื่นอุทธรณ์คำสั่งนายทะเบียนตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๖ กำหนดเวลายื่นคำคัดค้านการจดทะเบียนกำหนดเวลาให้ผู้ขอจดทะเบียนยื่นคำโต้แย้งที่อาศัยเป็นหลักในการขอจดทะเบียนและกำหนดเวลาการแจ้งให้นายทะเบียนทราบว่าได้นำคดีไปสู่ศาลแล้วตามมาตรา ๒๒ (ก) มาตรา ๒๒ (ค) และมาตรา ๒๒ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ถ้ายังมิได้สิ้นสุดลงก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้นับกำหนดเวลาดังกล่าวตามมาตรา ๑๖ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นต้นไป มาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากเห็นสมควรให้มีคณะกรรมการขึ้นเพื่อวินิจฉัยอุทธรณ์ เมื่อมีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งเดิมต้องอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ ทั้งนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐมนตรีและให้การพิจารณาวินิจฉัยดำเนินไปโดยรวดเร็ว และในเรื่องคัดค้านการจดทะเบียน หรือโต้แย้งคำคัดค้านดังกล่าว ซึ่งเมื่อนายทะเบียนวินิจฉัยให้ฝ่ายใดชนะแล้ว ผู้แพ้หากไม่พอใจจะต้องนำคดีไปสู่ศาลอันเป็นการล่าช้า จึงควรเปิดทางให้ฝ่ายแพ้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการได้ด้วย นอกจากนี้เพื่อให้คณะกรรมการคณะนี้มีอำนาจสั่งเพิกถอนทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าขัดต่อรัฐประศาสโนบายได้ด้วย ซึ่งแต่เดิมศาลเท่านั้นมีอำนาจที่จะสั่งเพิกถอนทะเบียนได้เฉพาะเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ในขณะนั้นขัดต่อรัฐประศาสโนบายเมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอแต่ในกรณีที่เครื่องหมายการค้าซึ่งปรากฎภายหลังการจดทะเบียนว่าขัดต่อรัฐประศาสโนบายเพราะว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปนั้นไม่มีอำนาจที่จะสั่งถอนทะเบียนได้ อีกประการหนึ่ง เพื่อป้องกันการแสดงเครื่องหมายการค้าที่มิได้จดทะเบียนว่าได้จดทะเบียนแล้ว อันเป็นความเท็จให้รัดกุมยิ่งขึ้นโดยเพิ่มอัตราโทษให้หนักขึ้นกว่าเดิม ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ จึงเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้าให้รัดกุมยิ่งขึ้นมาตรา ฉบับที่ 3 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๔