ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชบัญญัติรายได้สุขาภิบาล พ.ศ. 2498

มาตรา 14

ยกเลิกแล้ว
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติรายได้สุขาภิบาล พ.ศ. 2498 มาตรา 14 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้เท่าที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของตน กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สุขาภิบาลเป็นการปกครองท้องถิ่นส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่มีกฎหมายใด ๆ ให้อำนาจสุขาภิบาลมีรายได้หรือได้รับปันรายได้พอเพียงที่จะทำความเจริญให้กับท้องถิ่น จึงสมควรกำหนดหลักการให้สุขาภิบาลมีรายได้ ทวิ มาตรา ๘ ทวิ สุขาภิบาลมีอำนาจออกข้อบังคับเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละสิบของภาษีอากร และค่าธรรมเนียมดังต่อไปนี้ ได้ทุกประเภทหรือเพียงบางประเภท คือ (๑) ภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร ซึ่งสถานประกอบการอยู่ในเขตสุขาภิบาล (๒) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขายสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา ทวิ ซึ่งร้านขายสุราอยู่ในเขตสุขาภิบาล (๓) ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตในการเล่นการพนันตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน ซึ่งสถานที่เล่นการพนันอยู่ในเขตสุขาภิบาล ในการเสียภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามมาตรานี้ เศษของหนึ่งบาทให้ตัดทิ้ง ภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามมาตรานี้ ให้ถือเป็นภาษีอากรและค่าธรรมเนียมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ตรี มาตรา ๘ ตรี น้ำมันเบนซินซึ่งสถานที่ค้าโภคภัณฑ์อยู่ในเขตสุขาภิบาลใดให้สุขาภิบาลนั้นมีอำนาจออกข้อบังคับเก็บภาษีบำรุงสุขาภิบาลได้ไม่เกินลิตรละห้าสตางค์ในการนี้ให้ถือว่าภาษีดังกล่าวเป็นภาษีการซื้อโภคภัณฑ์ตามประมวลรัษฎากรพระราชบัญญัติรายได้สุขาภิบาล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากขณะนี้ สุขาภิบาลมีอำนาจจัดเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมได้น้อยประเภทกว่าเทศบาลและองค์การบริหารส่วนจังหวัด ทั้ง ๆ ที่ได้รับการทะนุบำรุงท้องถิ่นเท่า ๆ กันทำให้เกิดความไม่ยุติธรรมขึ้นในระหว่างประชาชนที่อยู่ในเขตสุขาภิบาลและที่อยู่นอกเขตสุขาภิบาล จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรายได้สุขาภิบาล พ.ศ. ๒๔๙๘ เพื่อให้สุขาภิบาลเรียกเก็บภาษีอากรและค่าธรรมเนียมได้เช่นเดียวกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๓๒ ลงวันที่ ๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๕โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขวิธีการปันภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อนให้แก่เทศบาล สุขาภิบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดเสียใหม่ เพื่อให้เทศบาล สุขาภิบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้รับเงินภาษีและค่าธรรมเนียมประเภทนี้ไปใช้ให้บังเกิดประโยชน์แก่ท้องถิ่นโดยรวดเร็วและเหมาะสมยิ่งขึ้นหัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อนที่จัดเก็บได้ในจังหวัดใด ให้แบ่งให้แก่เทศบาล สุขาภิบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัดในจังหวัดนั้น ดังนี้ (๑) เทศบาลร้อยละห้าสิบ ถ้าจังหวัดใดมีเทศบาลหลายเทศบาล ให้แบ่งให้เทศบาลละเท่า ๆ กัน (๒) สุขาภิบาลร้อยละยี่สิบห้า ถ้าจังหวัดใดมีสุขาภิบาลหลายสุขาภิบาลให้แบ่งให้สุขาภิบาลละเท่า ๆ กัน (๓) องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยละยี่สิบห้า ข้อ ๒ ให้หัวหน้าส่วนราชการที่ได้เก็บหรือรับเงินภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนต์และล้อเลื่อนในแต่ละจังหวัด ส่งเงินที่เก็บได้ให้แก่จังหวัดนั้นโดยตรง และให้จังหวัดแบ่งให้เทศบาล สุขาภิบาล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามส่วนที่กำหนดไว้ในข้อ ๑ ข้อ ๓ ให้ยกเลิกบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ที่มีกำหนดไว้แล้วในประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และให้ใช้ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้แทน ข้อ ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ข้อ ๕ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นต้นไปประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๗ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า รายได้จากภาษีสุราและภาษีเครื่องดื่มของราชการส่วนท้องถิ่นยังไม่เหมาะสมและไม่เป็นธรรม ซึ่งแต่เดิมกฎหมายกำหนดให้รายได้จากภาษีสุราและภาษีเครื่องดื่มตกเป็นรายได้ของราชการส่วนท้องถิ่นที่โรงงานสุราและโรงงานเครื่องดื่มตั้งอยู่ในเขตเท่านั้นซึ่งความจริงประชาชนที่อยู่นอกเขตก็ได้บริโภคและเสียภาษีนี้ด้วย จึงสมควรปรับปรุงให้ราชการส่วนท้องถิ่นทุกแห่งได้รับส่วนแบ่งจากเงินรายได้ประเภทดังกล่าวโดยทั่วถึง หัวหน้าคณะปฏิวัติจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ ๒ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุราและภาษีเครื่องดื่มตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเครื่องดื่ม เสียภาษีสุราและภาษีเครื่องดื่มเพิ่มขึ้นร้อยละสิบของภาษีประเภทนั้น ๆ ภาษีสุราและภาษีเครื่องดื่มที่เสียเพิ่มขึ้นตามความในวรรคหนึ่ง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง ข้อ ๓ ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่จัดเก็บภาษีสุราตามกฎหมายว่าด้วยสุรา และภาษีเครื่องดื่มตามกฎหมายว่าด้วยภาษีเครื่องดื่มส่งมอบเงินภาษีที่เพิ่มขึ้นร้อยละสิบตามข้อ ๒ ให้แก่กระทรวงมหาดไทยโดยหักค่าใช้จ่ายไว้ร้อยละห้าของเงินที่เก็บได้ ข้อ ๔ ให้กระทรวงมหาดไทยจัดสรรเงินที่ได้รับตามข้อ ๓ ให้แก่ราชการส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้มีอำนาจวางระเบียบปฏิบัติเกี่ยวแก่การดำเนินการเพื่อให้ราชการส่วนท้องถิ่นได้รับเงินรายได้จากค่าภาษีสุราและภาษีเครื่องดื่ม ข้อ ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ และให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามประกาศของคณะปฏิบัติฉบับนี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ข้อ ๖ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เป็นต้นไปพระราชบัญญัติรายได้สุขาภิบาล (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๐มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันได้มีการบัญญัติเรื่องการจัดสรรภาษีและค่าธรรมเนียมรถยนตร์หรือล้อเลื่อนที่ให้แก่สุขาภิบาลไว้โดยเฉพาะในพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พระราชบัญญัติรถยนตร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และพระราชบัญญัติล้อเลื่อน พุทธศักราช ๒๔๗๘ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้อเลื่อน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๓๐ แล้ว สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรายได้สุขาภิบาล พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งบัญญัติในเรื่องเดียวกันนี้เสียใหม่ ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ จัตวา มาตรา ๘ จัตวา สุขาภิบาลมีอำนาจออกข้อบังคับเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้กำหนดเป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม เพิ่มขึ้นจากอัตราที่เรียกเก็บตามประมวลรัษฎากรดังต่อไปนี้ (๑) ในกรณีที่ประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละศูนย์ให้สุขาภิบาลเก็บในอัตราร้อยละศูนย์ (๒) จัตวา ในกรณีที่ประมวลรัษฎากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราอื่นให้สุขาภิบาลเก็บหนึ่งในเก้าของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บตามประมวลรัษฎากรภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรานี้ ให้ถือเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรานี้ ให้ถือเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร ทวิ มาตรา ๑๐ ทวิ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา ๘จัตวา ทวิ ให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรและเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการจัดเก็บภาษีดังกล่าวการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สุขาภิบาลให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลรัษฎากรขอบเขตอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ดังกล่าวหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มการยื่นแบบแสดงรายการและการชำระภาษี ทวิ ตลอดจนการควบคุมกำกับโดยกระทรวง ทบวง กรมให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาพระราชบัญญัติรายได้สุขาภิบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นไป มาตรา ๗ ในระหว่างที่สุขาภิบาลยังมิได้มอบให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อสุขาภิบาลตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติรายได้สุขาภิบาล พ.ศ. ๒๔๙๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ ให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อสุขาภิบาลเพิ่มขึ้นอีกเท่ากับอัตราภาษีตามมาตรา ๘ จัตวา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ การเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากรตามมาตรานี้ ให้ถือว่าสุขาภิบาลได้มอบให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อสุขาภิบาลตามมาตรา ๙ มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้ยกเลิกภาษีการค้าและได้นำภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะมาใช้แทน สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยรายได้สุขาภิบาลให้สอดคล้องกับการใช้ภาษีดังกล่าวประกอบกับมีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับบทกฎหมายที่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ค้นต่อ