พระราชบัญญัติควบคุมยาง พุทธศักราช 2481
มาตรา 22
ยกเลิกแล้ว
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระราชบัญญัติควบคุมยาง พุทธศักราช 2481 มาตรา 22 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจตั้งกรรมการประเมิน พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดส่วนเทียบของยางชนิดต่าง ๆ กับยางแห้งกำหนดค่าธรรมเนียมในการออกใบกำกับคูปองและใบสุทธิยางคิดตามโควตาที่ระบุไว้ไม่เกินกิโลกรัมละห้าสตางค์ และกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับใบอนุญาตต่าง ๆ ใบแทนใบอนุญาต ค่าธรรมเนียมการโอน การขอตรวจและคัดสำนวนเอกสาร ตลอดจนค่าธรรมเนียมในการอุทธรณ์และค่าแบบพิมพ์ด้วยอย่างสูงแต่ละอย่างไม่เกินหนึ่งร้อยบาทและออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่รักษาการและมีอำนาจออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญัตินี้ เพียงเท่าที่เกี่ยวกับระเบียบการศุลกากรควบคุมการส่งยางออกหรือนำเข้ามาในราชอาณาเขต กฎกระทรวงตามที่กล่าวในสองวรรคต้นนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ (ตามมติคณะรัฐมนตรี) ประดิษฐมนูธรรม รัฐมนตรีพระราชบัญญัติควบคุมยาง (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติควบคุมยาง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๓ ผู้ใดได้ปลูกยางไว้ก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ โดยมิได้รับอนุญาตก็ดีหรือโดยที่ใบอนุญาตนั้นถูกเพิกถอนหรือสิ้นอายุก็ดี ถ้ายื่นเรื่องราวขออนุญาตปลูกใหม่ต่อเจ้าพนักงานประจำท้องที่ภายในกำหนดหกเดือน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมยาง พุทธศักราช ๒๔๘๑ ทั้งนี้ ผู้ยื่นเรื่องราวขออนุญาตจะต้องแสดงหลักฐานด้วยว่าที่ดินที่ปลูกต้นยางนั้นได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ
พ.ศ. 2557
แม้พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ผู้ขับขี่ต้องขับรถให้ห่างรถคันหน้าพอสมควรในระยะที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัยในเมื่อจำเป็นต้องหยุดรถ" ก็ตาม แต่ได้ความว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยขับรถจักรยานยนต์เยื้องไปทางด้านหลังซ้ายรถยนต์ที่ ร. ขับ ดังนี้ จำเลยจึงขับรถอยู่คนละช่องเดินรถกับรถที่ ร. ขับ และเหตุที่รถที่จำเลยขับชนรถที่ ร. ขับเนื่องมาจาก ร. เบี่ยงรถมาทางด้านซ้าย กรณีจึงถือไม่ได้ว่ารถที่ ร. ขับเป็นรถคันหน้าที่จำเลยต้องขับรถให้ห่างพอสมควรที่จะหยุดรถได้โดยปลอดภัยเมื่อจำเป็นต้องหยุ
ค้นต่อ