พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562
มาตรา 32
หมวด ๔ การดำเนินงานของกองทุน
พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 มาตรา 32 น้ำมันเชื้อเพลิงใดที่มีการรับเงินชดเชยจากกองทุนแล้วตามมาตรา ๒๙ หากมีกรณีตามมาตรา ๒๘ เกิดขึ้นหลังจากได้รับเงินชดเชยจากกองทุน ให้บุคคลดังต่อไปนี้ส่งเงินชดเชยคืนกองทุนตามอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ไม่ว่าผู้นั้นเป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่ก็ตาม (๑) ผู้มีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามมาตรา ๒๙ หากนำน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นไปใช้ตามมาตรา ๒๘ (๑) (๒) ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นเพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในโรงกลั่นตามมาตรา ๒๘ (๒) หรือ (๓) แต่ไม่รวมถึงส่วนที่นำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง (๓) ผู้ส่งน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นออกนอกราชอาณาจักร หรือผู้ส่งน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นเข้าไปในคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือเขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร หรือเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในกรณีตามมาตรา ๒๘ (๔) (๔) ผู้ประกอบการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นให้แก่เรือประมงในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ในกรณีตามมาตรา ๒๘ (๕) (๕) ผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นให้แก่เรือที่มีขนาดเกินกว่าห้าร้อยตันกรอสส์เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ในกรณีตามมาตรา ๒๘ (๖) ให้บุคคลตามวรรคหนึ่งส่งเงินชดเชยคืนกองทุนแก่กรมสรรพสามิตหรือกรมศุลกากร แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีหน้าที่ส่งเงินชดเชยคืนกองทุน และตามวิธีการที่หน่วยงานนั้นประกาศกำหนด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ
พ.ศ. 2557
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ
ค้นต่อ