ทนาย Thanoy · iApp
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481

มาตรา 7

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481 มาตรา 7 ให้ยกเลิกความในหมวด ๘ บทกำหนดโทษ มาตรา ๖๒ ทวิ มาตรา ๖๒ ตรี มาตรา ๖๓ มาตรา ๖๓ ทวิ มาตรา ๖๓ ตรี มาตรา ๖๔ มาตรา ๖๕ มาตรา ๖๖ มาตรา ๖๗ มาตรา ๖๗/๑ และมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเรือไทย (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๕๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน "หมวด ๘ บทกำหนดโทษ ส่วนที่ ๑ โทษทางปกครอง มาตรา ๖๓ ผู้ใดเปลี่ยนประเภทของเรือประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดตัวเรือหรือเครื่องจักรของเรือประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ถูกต้องตามที่ได้รับอนุญาตอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๕๔/๓ วรรคหนึ่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๔/๖ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๕๔/๙ หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามที่ได้มีการแจ้งไว้ตามมาตรา ๕๔/๑๐ ต้องชำระค่าปรับทางปกครองดังนี้ (๑) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดต่ำกว่าสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราไม่เกินห้าพันบาท (๒) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินสามสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราตั้งแต่ห้าพันบาทแต่ไม่เกินห้าหมื่นบาท (๓) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินสามสิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหกสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทแต่ไม่เกินหนึ่งแสนบาท (๔) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหกสิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยตันกรอส ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราตั้งแต่ห้าหมื่นบาทแต่ไม่เกินห้าแสนบาท (๕) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหนึ่งร้อยตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบตันกรอส ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราตั้งแต่หนึ่งแสนบาทแต่ไม่เกินหนึ่งล้านบาท (๖) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหนึ่งร้อยห้าสิบตันกรอสขึ้นไป ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราตั้งแต่สองแสนบาทแต่ไม่เกินสามล้านบาท ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้าท่าอาจมีคำสั่งให้ผู้นั้นดำเนินการใด ๆ เพื่อแก้ไข หรือปรับปรุง หรือปฏิบัติให้ถูกต้อง ภายในระยะเวลาที่กำหนดด้วยก็ได้ มาตรา ๖๔ ผู้ใดโอนกรรมสิทธิ์เรือประมงหรือเรือขนถ่ายสัตว์น้ำโดยไม่ได้ดำเนินการทางทะเบียนต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราไม่เกินห้าพันบาท มาตรา ๖๕ ถ้าผู้ถูกปรับตามมาตรา ๖๓ หรือมาตรา ๖๔ ไม่ชำระค่าปรับทางปกครอง ให้เจ้าท่ามีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาคดีอาญาเพื่อบังคับชำระค่าปรับทางปกครอง ในการนี้ ถ้าศาลพิพากษาให้ชำระค่าปรับทางปกครอง หากผู้นั้นไม่ชำระค่าปรับทางปกครองภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา ให้ยึดทรัพย์สินของผู้นั้นเพื่อชดใช้แทนค่าปรับทางปกครอง แต่มิให้นำมาตรการกักขังแทนค่าปรับมาใช้แก่ผู้นั้น มาตรา ๖๖ ถ้าการกระทำความผิดซึ่งมีโทษปรับทางปกครองเป็นความผิดต่อเนื่องและเจ้าท่าได้พิจารณาสั่งลงโทษปรับทางปกครองสำหรับความผิดนั้น ผู้กระทำต้องชำระค่าปรับรายวันอีกในอัตราดังต่อไปนี้ นับแต่วันที่มีคำสั่งลงโทษปรับทางปกครองดังกล่าว ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหรือจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง (๑) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดต่ำกว่าสิบตันกรอส ให้ปรับวันละหนึ่งร้อยบาท (๒) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดตั้งแต่สิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินสามสิบตันกรอส ให้ปรับวันละห้าร้อยบาท (๓) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินสามสิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหกสิบตันกรอส ให้ปรับวันละหนึ่งพันบาท (๔) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหกสิบตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยตันกรอส ให้ปรับวันละห้าพันบาท (๕) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหนึ่งร้อยตันกรอสขึ้นไป แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยห้าสิบตันกรอส ให้ปรับวันละหนึ่งหมื่นบาท (๖) กรณีเป็นเรือที่มีขนาดเกินหนึ่งร้อยห้าสิบตันกรอสขึ้นไป ให้ปรับวันละสามหมื่นบาท มาตรา ๖๗ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดได้ปฏิบัติถูกต้องหรือได้ดำเนินการแก้ไข ปรับปรุง ภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งตามมาตรา ๖๓ วรรคสอง ให้ผู้นั้นได้รับยกเว้นค่าปรับตามมาตรา ๖๖ ส่วนที่ ๒ โทษทางอาญา มาตรา ๖๘ บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย นิติบุคคลซึ่งสามารถถือกรรมสิทธิ์เรือจดทะเบียนเป็นเรือไทยได้ตามมาตรา ๗ หรือมาตรา ๗ ทวิ หรือบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งสามารถถือกรรมสิทธิ์เรือจดทะเบียนเป็นเรือไทยได้ตามมาตรา ๗ ทวิ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗ ตรี หรือมาตรา ๗ จัตวา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท คนต่างด้าวซึ่งให้หรือยอมให้กระทำการฝ่าฝืนตามวรรคหนึ่ง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้ฝ่าฝืนดังกล่าว มาตรา ๖๘/๑ ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๖๘ เป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทำความผิดของนิติบุคคลนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทำของกรรมการ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทำการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจนเป็นเหตุให้นิติบุคคลนั้นกระทำความผิด ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖๘ ด้วย มาตรา ๖๘/๒ ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ วรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๕ วรรคสอง มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๒ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง มาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง มาตรา ๔๐ มาตรา ๕๒ หรือมาตรา ๕๔/๓ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท มาตรา ๖๘/๓ นิติบุคคลใดซึ่งถือกรรมสิทธิ์เรือจดทะเบียนเป็นเรือไทย ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๒ ทวิ (๑) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่แสนบาท มาตรา ๖๘/๔ นิติบุคคลใดซึ่งถือกรรมสิทธิ์เรือจดทะเบียนเป็นเรือไทย ฝ่าฝืนมาตรา ๓๒ ทวิ (๒) ต้องระวางโทษปรับเป็นรายวัน โดยให้คำนวณค่าปรับจากขนาดของเรือในอัตราตันกรอสละห้าร้อยบาท ตลอดเวลาที่มีการฝ่าฝืน มาตรา ๖๘/๕ ผู้ควบคุมเรือที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๔๙ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท ถ้าความผิดที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวกับใบทะเบียนหรือใบทะเบียนชั่วคราวต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๘/๖ ในกรณีที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๔๗ เงื่อนไขที่รัฐมนตรีกำหนดตามมาตรา ๔๗ ทวิ มาตรา ๕๐ หรือมาตรา ๕๑ ผู้ควบคุมเรือมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๘/๗ ผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๔๘ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๘/๘ เจ้าของหรือผู้ควบคุมเรือที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๕๓ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา ๖๘/๙ ผู้ใดฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๕๓/๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้เงินสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการกำจัดหรือแก้ไขสารที่เป็นอันตราย ค่าเสียหายสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับคืนสู่สภาพเดิมด้วย ในกรณีที่มีการกระทำความผิดตามมาตรา ๕๓/๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งมีอำนาจรวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แล้วให้ส่งพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเพื่อดำเนินคดีต่อไป ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดได้ดำเนินการกำจัดหรือแก้ไขสารที่เป็นอันตรายและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมให้กลับคืนสู่สภาพเดิมด้วยตนเองในเวลาใกล้เคียงกับเหตุที่เกิดขึ้นแล้ว ให้ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษและไม่ต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามวรรคหนึ่ง มาตรา ๖๘/๑๐ ในกรณีที่ฝ่าฝืนบทบัญญัติมาตรา ๔๗ หรือมาตรา ๕๑ ศาลจะสั่งริบเรือ เครื่องประกอบเรือ ผลประโยชน์ที่ได้จากเรือนั้น และวัตถุที่ใช้ทำการฝ่าฝืนนั้นเสียก็ได้ มาตรา ๖๘/๑๑ ผู้ใดฝ่าฝืนตามมาตรา ๕๔/๗ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท มาตรา ๖๘/๑๒ เมื่อเจ้าท่าได้กระทำการเปรียบเทียบตามมาตรา ๖๑ สำหรับความผิดที่บัญญัติในส่วนนี้แล้ว และผู้กระทำความผิดได้ชำระค่าปรับตามที่เจ้าท่าเปรียบเทียบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปรียบเทียบแล้ว ให้ถือว่าคดีนั้นเป็นอันเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดยินยอมให้เปรียบเทียบแต่ไม่ชำระเงินค่าปรับภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินคดีเพื่อฟ้องร้องต่อไป ในกรณีเช่นว่านี้ ให้อายุความเริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว"ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันได้มีการบังคับใช้พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันมิให้มีการทำการประมงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช ๒๔๘๑ เพื่อปรับปรุงระบบการจดทะเบียนเรือประมง สิทธิ หน้าที่และความรับผิดของเจ้าของเรือหรือผู้ครอบครองเรือประมง ตลอดจนบทลงโทษให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการป้องปรามการกระทำความผิด และเพื่อให้การแก้ไขปัญหาการทำการประมงสามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืนและเป็นระบบอันเป็นการยกระดับมาตรฐานการประมงของประเทศไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและโดยที่การดำเนินการดังกล่าวต้องกระทำให้แล้วเสร็จโดยรวดเร็วเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการทำการประมงได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้

ค้นต่อ

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเรือไทย พุทธศักราช 2481 มาตรา 7 · Thanoy