ทนอย.Thanoy · iApp
พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. 2538

มาตรา 32

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
พระราชกฤษฎีกาการได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ. 2538 มาตรา 32 ตำแหน่งข้าราชการตำรวจที่จะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทเชี่ยวชาญเฉพาะ (ชช.) ได้แก่ ตำแหน่งตั้งแต่ชั้นยศ พล.ต.จ. หรือ พ.ต.อ. อัตราเงินเดือน พ.ต.อ. (พิเศษ) ขึ้นไป ที่ต้องปฏิบัติงานที่เป็นงานหลักของหน่วยงาน โดยอาศัยพื้นฐานของความรู้ ประสบการณ์ การฝึกฝนทฤษฎี หรือหลักวิชาอันเกี่ยวข้องกับงาน และเป็นงานเชิงพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน งานอนุรักษ์ตามภารกิจ หรืองานที่ต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์เป็นอย่างสูงเฉพาะด้านอันเป็นที่ยอมรับในวงวิชาการหรือวงการด้านนั้น ๆ และต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านโดยมีคุณวุฒิการศึกษาตรงกับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ดังต่อไปนี้ (๑) ด้านการข่าว (๒) ด้านการเงิน (๓) ด้านการบิน (๔) ด้านการผังเมือง (๕) ด้านการฝึกอบรม (๖) ด้านการสืบสวนสอบสวน (๗) ด้านช่างศิลปกรรม (๘) ด้านตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ (๙) ด้านตรวจพิสูจน์อุบัติเหตุจราจร (๑๐) ด้านตรวจสอบบัญชี (๑๑) ด้านตรวจสอบภายใน (๑๒) ด้านนิติการ (๑๓) ด้านป้องกันปราบปราม (๑๔) ด้านวิเคราะห์งบประมาณ (๑๕) ด้านวิเคราะห์งานทะเบียนการค้า (๑๖) ด้านวิเคราะห์งานบุคคล (๑๗) ด้านวิเคราะห์นโยบายและแผน (๑๘) ด้านวิจัยสังคมศาสตร์ (๑๙) ด้านวิชาการควบคุมโรค (๒๐) ด้านวิชาการตรวจสอบบัญชี (๒๑) ด้านวิชาการตรวจสอบภาษี (๒๒) ด้านวิชาการบัญชี (๒๓) ด้านวิชาการประชาสัมพันธ์ (๒๔) ด้านวิชาการพัฒนาชุมชน (๒๕) ด้านวิชาการละครและดนตรี (๒๖) ด้านวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ (๒๗) ด้านวิชาการศึกษา (๒๘) ด้านวิชาการสถิติ (๒๙) ด้านวิชาการสอบ (๓๐) ด้านวิชาการสัตวบาล (๓๑) ด้านวิชาการสาธารณสุข (๓๒) ด้านวิชาการสิ่งแวดล้อม (๓๓) ด้านวิชาการสุขศึกษา (๓๔) ด้านวิชาการสุขาภิบาล (๓๕) ด้านวิชาการอาหารและยา (๓๖) ด้านวิทยาศาสตร์ (๓๗) ด้านวิเทศสหการ (๓๘) ด้านวิศวกรรม (๓๙) ด้านส่งเสริมและสอนการพลศึกษา (๔๐) ด้านสังคมสงเคราะห์ (๔๑) ด้านสัตววิทยา (๔๒) ด้านเสนาธิการ (๔๓) ด้านอักษรศาสตร์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 15564/2558

พ.ศ. 2558

การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ

ฎีกาที่ 6858/2557

พ.ศ. 2557

โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ

ค้นต่อ