ทนอย.Thanoy · iApp
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช 2477

มาตรา 5

ยกเลิกแล้ว
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช 2477 มาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และเพื่อการนั้นให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงวางระเบียบการงานส่วนธุรการของศาล โดยเฉพาะเพื่อให้เป็นระเบียบเดียวกันทั่วราชอาณาจักร กฎกระทรวงนั้น เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายพันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีสารบาญ พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา หมวด ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป ๑ - ๑๓ หมวด ๒ เขตอำนาจศาล ๑๔ - ๒๐ หมวด ๓ องค์คณะผู้พิพากษา ๒๑ - ๒๘ มาตรา ๑ ศาลยุติธรรมทั้งหลายตามพระธรรมนูญนี้ให้สังกัดอยู่ในกระทรวงยุติธรรม ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รับผิดชอบในงานธุรการของศาลทั้งหลายที่อยู่ในสังกัดให้ดำเนินไปโดยเรียบร้อย แต่การดำเนินการพิจารณาคดีรวมตลอดถึงการที่จะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาบังคับคดีให้เสร็จเด็ดขาดไปนั้นให้อยู่ในดุลยพินิจของศาลโดยเฉพาะ ให้ประธานศาลฎีกามีหน้าที่วางระเบียบราชการฝ่ายตุลาการของศาลทั้งหลาย เพื่อให้กิจการของศาลดำเนินไปโดยเรียบร้อยและเป็นระเบียบเดียวกัน ทั้งนี้ โดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อนึ่งเพื่อระมัดระวังการที่จะใช้ระเบียบวิธีการต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นโดยกฎหมายหรือโดยประการอื่นให้เป็นไปโดยถูกต้อง ให้ประธานศาลฎีกามีอำนาจแนะนำหรือตักเตือนผู้พิพากษาศาลทั้งหลายในการปฏิบัติตามระเบียบวิธีการนั้น ๆ และในการอื่น ๆ มาตรา ๒ ศาลยุติธรรมตามพระธรรมนูญนี้ แบ่งออกเป็นสามชั้น คือ (๑) ศาลชั้นต้น (๒) ศาลอุทธรณ์ (๓) ศาลฎีกา (ศาลสูงสุด) มาตรา ๓ ศาลชั้นต้น (๑) สำหรับกรุงเทพมหานคร ได้แก่ (ก) ศาลแขวง (ข) ศาลจังหวัดมีนบุรี (ค) ศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรี (ง) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลอาญากรุงเทพใต้ (จ) ศาลแพ่งและศาลอาญา (๒) สำหรับจังหวัดอื่น ๆ นอกจากกรุงเทพมหานคร ได้แก่ (ก) ศาลแขวง (ข) ศาลจังหวัด มาตรา ๔ ศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ และศาลชั้นต้น ศาลใดศาลหนึ่งนั้นอาจแบ่งออกเป็นแผนก และแผนกหนึ่งจะให้มีอำนาจเฉพาะในคดีประเภทใดก็ได้ โดยออกเป็นกฎกระทรวง มาตรา ๕ เมื่อเห็นเป็นการสมควร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจสั่งให้ผู้พิพากษาคนหนึ่งไปนั่งร่วมกับผู้พิพากษาในศาลแขวง มีกำหนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในคำสั่ง ในกรณีเช่นนี้ ให้ศาลแขวงมีอำนาจเสมือนศาลจังหวัดชั่วคราวเกี่ยวแก่คดีซึ่งอยู่ในเขตศาลนั้น ถ้าท้องที่อำเภอใดยังไม่มีศาลแขวง เมื่อเห็นเป็นการสมควร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีอำนาจสั่งให้ผู้พิพากษาคนหนึ่งหรือหลายคนของศาลจังหวัดไปนั่งเป็นศาล ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งในท้องที่อำเภอนั้น เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่อำเภอดังกล่าวและอำเภอใกล้เคียงที่ยังไม่มีศาลแขวงเป็นการชั่วคราว ซึ่งมิฉะนั้นคดีย่อมตกอยู่ในอำนาจของศาลแขวงหรือศาลจังหวัด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 322/2477

พ.ศ. 2477

ผู้พิพากษาที่ไม่ได้นั่งฟังคำพะยานโจทก์จำเลย แต่ได้ออกนั่งพิจารณาสอบถาม โจทก์จำเลยแลจดรายงานพิจารณานั้น ถือว่าได้นั่งพิจารณาคดีเพียงพอตามกฎกระทรวงยุตติธรรมที่ 5 วิธีพิจารณาอาชญา คำสั่งระวางพิจารณาคดีนี้ศาลเดิมฟังว่าเมื่อคราวรัฐบาลปราบขบถ จำเลยกล่าวข้อความเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลอันอาจทำให้ราษฎรกะด้างกะเดืองดูหมิ่นเกลียดชังรัฐบาลให้จำคุกจำเลย ๔ เดือน ตาม ม.๑๐๔ ที่แก้ไขแล้ว ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ส. ผู้พิพากษาเป็นแต่จดรายงานเมื่อสืบพะยาน ๒ ฝ่ายเสร็จแล้ว มิได้นั่งฟังคำพะยานโจทก์จำเลย จะลงนามในคำพิพากษาไม่ได

ฎีกาที่ 7574/2559

พ.ศ. 2559

จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ การกำหนดคุณสมบัติของพนักงานและเหตุที่พนักงานจะต้องพ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ภายใต้บังคับของ พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2518 มาตรา 9 (5) ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2550 ซึ่งมีผลใช้บังคับแก่รัฐวิสาหกิจและพนักงานทุกคนตามวันที่บทกฎหมายดังกล่าวกำหนด กฎหมายดังกล่าวมิใช่เป็นบทกฎหมายกำหนดความผิดที่มีโทษในทางอาญาที่จะต้องใช้ขณะกระทำความผิดและต้องห้ามมิให้ใช้บังคับย้อนหลังไปก่อนการกระทำควา

ค้นต่อ

พระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช 2477 มาตรา 5 · ทนอย Thanoy