ประมวลรัษฎากร
มาตรา 262
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
ประมวลรัษฎากร มาตรา 262 ผู้ใด (๑) โดยรู้อยู่แล้ว หรือจงใจ แจ้งข้อความเท็จหรือให้ถ้อยคำเท็จหรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จหรือนำพยานหลักฐานเท็จมาแสดงเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีโรงแรมภัตตาคาร หรือ (๒) โดยความเท็จ โดยเจตนาละเลยโดยฉ้อโกง หรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นใดทำนองเดียวกันหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีโรงแรมภัตตาคารผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือทั้งปรับทั้งจำพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉะบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๘๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันและเวลาประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปเว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๓ ถึงมาตรา๑๔ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๙ ให้ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีเงินได้ซึ่งพึงประเมินเรียกเก็บในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๒๐ ถึงมาตรา๒๒ ให้ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีโรงค้า ซึ่งพึงประเมินเรียกเก็บในปี พ.ศ. ๒๔๙๐เป็นต้นไป (๓) บทบัญญัติมาตรา ๒๓ และมาตรา๒๔ ให้ใช้สำหรับการจัดเก็บภาษีการธนาคาร การเครดิตฟองซิเอร์ การออมสินและการประกันภัย ซึ่งพึงประเมินเรียกเก็บในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นต้นไป (๔) บทบัญญัติมาตรา ๓๐ (๑) และ(๒) ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นต้นไป (๕) บทบัญญัติตั้งแต่มาตรา ๓๑ถึงมาตรา ๓๕ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นต้นไป (๖) บทบัญญัติมาตรา ๓๖ให้ใช้สำหรับการจัดเก็บเงินช่วยการประถมศึกษาจำนวนปี พ.ศ. ๒๔๙๐ - ๒๔๙๑ เป็นต้นไป (๗) บทบัญญัติมาตรา ๓๙สำหรับภาษีโรงแรมภัตตาคาร ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๐ เป็นต้นไป มาตรา ๔๐ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ให้ยังคงใช้ได้ในการจัดเก็บภาษีหรือเงินช่วยปีพุทธศักราชต่าง ๆ หรืออากรที่ยังค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๔๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉะบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉะบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทวิ มาตรา ๓ ทวิ ถ้าเจ้าพนักงานดังจะกล่าวต่อไปนี้เห็นว่าผู้ต้องหาไม่ควรต้องได้รับโทษจำคุกหรือไม่ควรถูกฟ้องร้องก็ให้มีอำนาจเปรียบเทียบ โดยกำหนดค่าปรับแต่สถานเดียวในความผิดต่อไปนี้ได้ คือ ๑. ความผิดตามมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖มาตรา ๙๐ มาตรา ๙๑ มาตรา ๙๒ มาตรา ๑๒๔ มาตรา ๑๒๕ มาตรา ๑๒๗ มาตรา ๑๒๘ มาตรา ๑๔๒มาตรา ๑๔๓ ทวิ มาตรา ๑๖๕ มาตรา ๒๐๙ มาตรา ๒๔๓ มาตรา ๒๔๖ มาตรา ๒๖๐ และมาตรา ๒๖๑ซึ่งเกิดขึ้นในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี ให้เป็นอำนาจของอธิบดี ถ้าเกิดขึ้นในจังหวัดอื่นให้เป็นอำนาจของข้าหลวงประจำจังหวัด ๒. ความผิดตามมาตรา ๑๒๖ มาตรา๒๐๘ มาตรา ๒๑๐ มาตรา ๒๑๑ มาตรา ๒๔๒ มาตรา ๒๔๔ และมาตรา ทวิ ๒๔๕ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกรมสรรพากร ผู้แทนกรมอัยการและผู้แทนกรมตำรวจ ถ้าผู้ต้องหายินยอมตามที่เปรียบเทียบและใช้ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบเสร็จแล้วให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้ต้องหามิให้ถูกฟ้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดนั้น ตรี มาตรา ๓ ตรี บุคคลใดจะต้องเสียเงินเพิ่มภาษีอากรตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรนี้และบุคคลนั้นยินยอมและชำระเงินเพิ่มภาษีอากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงแล้วให้ถือว่าเป็นอันคุ้มบุคคลนั้นมิให้ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มภาษีอากร จัตวา มาตรา ๓ จัตวา ในกรณีที่บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้บุคคลไปเสียภาษีอากรณ ที่ว่าการอำเภอ รัฐมนตรีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้ไปเสีย ณ สำนักงานแห่งอื่นก็ได้ในกรณีเช่นว่านี้ การเสียภาษีอากรนั้น จัตวา ให้ถือว่าเป็นการสมบูรณ์เมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินซึ่งหัวหน้าสำนักงานแห่งนั้นได้ลงลายมือชื่อรับเงินแล้ว ทวิ มาตรา ๙ ทวิ เว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นถ้าจะต้องตีราคาทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเป็นเงินให้ถือราคาหรือค่าอันพึงมีในวันที่ได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์นั้น ทวิ มาตรา ๖๕ ทวิ การคำนวณกำไรสุทธิเพื่อคำนวณภาษีในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ (๑) รายการที่ระบุไว้ในมาตรา ๖๕ตรี ไม่ให้ถือเป็นรายจ่าย (๒) ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาให้หักได้ไม่เกินกว่าอัตราซึ่งกำหนดในพระราชกฤษฎีกา (๓)ราคาสินค้าคงเหลือเมื่อวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ทวิ ให้คำนวณตามราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า และให้ถือราคานี้เป็นราคาสินค้าคงเหลือยกมาสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีใหม่ด้วย (๔) ราคาทรัพย์สินอื่นนอกจาก(๓) ให้ถือตามราคาในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติในส่วนนี้ถ้าได้ทรัพย์สินหลังจากนั้น ทวิ ให้ถือตามราคาที่พึงซื้อทรัพย์สินนั้นได้ตามปกติและห้ามมิให้ตีราคาเพิ่มขึ้น เว้นแต่ในกรณีที่แม้จะมิได้มีการตีราคาเพิ่มขึ้น ก็ยังมีกำไรสุทธิอยู่ (๕) ในกรณีโอนทรัพย์สินใด ๆโดยมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุผลสมควร หรือโดยไม่มีค่าตอบแทนเจ้าพนักงานประเมินอาจประเมินราคาทรัพย์สินนั้นตามราคาตลาดได้ ทวิ (๖)การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แล้วเว้นแต่ตามพฤติการณ์ไม่อาจปฏิบัติการเช่นว่านั้นได้โดยสมควรแต่ถ้าได้รับชำระหนี้ในรอบระยะเวลาบัญชีใดให้นำมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น ทวิ หนี้สูญรายใดได้นำมาคำนวณเป็นรายได้แล้วหากได้รับชำระในภายหลัง ก็มิให้นำมาคำนวณเป็นรายได้อีก (๗) เงินตรา ทรัพย์สินและหนี้สินซึ่งมีค่า หรือราคาเป็นเงินตราต่างประเทศ ทวิ ให้คำนวณค่าหรือราคาเป็นเงินตราไทยตามส่วนเฉลี่ยของอัตราที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อเงินตราต่างประเทศครั้งหลังที่สุดแห่งวันทำการสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีหรือราคาทุนแล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า ตรี มาตรา ๖๕ ตรี รายการต่อไปนี้ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ (๑) เงินสำรองต่าง ๆ นอกจาก (ก)เงินสำรองจากเบี้ยประกันภัยเพื่อสมทบทุนประกันภัยของบริษัทประกันชีวิตเฉพาะส่วนที่กันไว้ก่อนคำนวณกำไร แต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๗๕ ของจำนวนเบี้ยประกันที่ได้รับในรอบระยะเวลาบัญชี ตรี (ข)เงินสำรองจากเบี้ยประกันภัยเพื่อสมทบทุนประกันภัยของบริษัทประกันภัยอื่น ๆเฉพาะส่วนที่กันไว้ก่อนคำนวณกำไร แต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของจำนวนเบี้ยประกันที่ได้รับในรอบระยะเวลาบัญชี (๒) เงินกองทุน ตรี เว้นแต่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่กระทำกิจการในประเทศไทยได้จ่ายสมทบและจัดสรรไว้เพื่อประโยชน์แก่ลูกจ้างโดยเฉพาะเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนี้ให้หักเป็นค่าใช้จ่ายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่จ่ายแก่ลูกจ้างโดยเด็ดขาดในจำนวนที่เกินร้อยละ๑๐ ของเงินเดือนทั้งหมดของผู้รับ ตรี ซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นถือเป็นหลักคำนวณเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (๓)รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่การกุศลสาธารณะในส่วนที่ไม่เกินร้อยละ๑ ของกำไรสุทธิ (๔) ค่ารับรองหรือค่าบริการในส่วนที่เกินสมควร (๕)รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน ตรี หรือรายจ่ายในการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช้เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม (๖)ภาษีเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (๗) การถอนเงินโดยปราศจากค่าตอบแทนของผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ตรี (๘)เงินเดือนของผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนเฉพาะส่วนที่จ่ายเกินสมควร (๙)รายจ่ายซึ่งกำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง หรือรายจ่ายซึ่งควรจะได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีอื่นเว้นแต่ในกรณีที่ไม่สามารถจะลงจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีใด ก็อาจลงจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่ถัดไปได้ ตรี (๑๐)ค่าตอบแทนแก่ทรัพย์สินซึ่งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเป็นเจ้าของเองและใช้เอง (๑๑)ดอกเบี้ยที่คิดให้สำหรับเงินทุน เงินสำรองต่าง ๆ หรือเงินกองทุนของตนเอง (๑๒) ผลขาดทุนของรอบระยะเวลาบัญชีก่อนๆ ตรี เฉพาะส่วนที่มีเงินสำรองหรือกำไรยกมาที่จะชดเชยหรือผลเสียหายอันอาจได้กลับคืนเนื่องจากการประกันหรือสัญญาคุ้มกันใด ๆ (๑๓) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไร หรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ (๑๔) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อกิจการในประเทศไทยโดยเฉพาะ ตรี (๑๕)ค่าซื้อทรัพย์สินและรายจ่ายเกี่ยวกับการซื้อหรือขายทรัพย์สินในส่วนที่เกินปกติโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (๑๖)ค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่สูญหรือสิ้นไปเนื่องจากกิจการที่ทำ (๑๗)ค่าของทรัพย์สินนอกจากสินค้าที่ตีราคาต่ำลงทั้งนี้ ภายใต้บังคับมาตรา ๖๕ ทวิ (๑๘)รายจ่ายที่มีลักษณะเช่นเดียวกับที่ระบุไว้ใน (๑) ถึง ตรี (๑๗) ตามที่จะได้กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ทวิ มาตรา ๖๘ ทวิ เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษีให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจัดทำบัญชีงบดุลย์บัญชีทำการและบัญชีกำไรขาดทุนในรอบระยะเวลาบัญชีตามมาตรา ๖๕ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา๖๖ วรรคสอง ซึ่งกระทำกิจการขนส่งผ่านประเทศต่าง ๆให้ทำบัญชีรายรับก่อนหักรายจ่ายเกี่ยวกับค่าโดยสาร ค่าระวาง ทวิ ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดอันต้องเสียภาษีแทนบัญชีงบดุล บัญชีทำการ และบัญชีกำไรขาดทุนในรอบระยะเวลาบัญชีเฉพาะกิจการขนส่งดังกล่าวแล้ว ตรี มาตรา ๗๖ ตรี ในการไต่สวนบุคคลธรรมดาบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามความในหมวดนี้ โดยการกล่าวหาแจ้งความของบุคคลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าพนักงานรัฐบาลหรือมิใช่ก็ตาม ตรี และการกล่าวหาแจ้งความนั้นได้แสดงหลักฐานซึ่งได้มาจากที่อื่นนอกจากหลักฐานทางราชการสรรพากรซึ่งมีอยู่แล้วเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินเรียกเก็บภาษี หรือภาษีและเงินเพิ่มไปอีกเท่าใดให้เจ้าพนักงานผู้รับเงินหักออกร้อยละ ๒๕ ตรี เป็นเงินสินบนรางวัลและให้อธิบดีมีอำนาจจ่ายให้แก่บุคคลผู้กล่าวหาแจ้งความและเจ้าพนักงานผู้ตรวจพบตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี ทวิ มาตรา ๘๕ ทวิ ผู้ใดประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีตามมาตรา๗๙ (๒) และได้เปลี่ยนแปลงหรือขยายโรงค้าเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีโรงค้าเพิ่มขึ้นในระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ถึง ๓๐ มิถุนายน ในปีภาษีปีใดให้ผู้นั้นยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเพิ่มเติมต่ออำเภอ ณ ทวิ ที่ว่าการอำเภอภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันเปลี่ยนแปลงหรือขยายโรงค้านั้นหรือภายในกำหนดเวลาตามมาตรา๘๑ และต้องเสียภาษีเต็มอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราฉบับที่ ๒ และที่ ๓ท้ายหมวดนี้ ผู้ใดเปลี่ยนแปลงหรือขยายโรงค้าตามความในวรรคก่อนภายหลังวันที่๓๐ มิถุนายน ในปีภาษีปีใด ทวิ ไม่ต้องยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเพิ่มเติมในปีนั้น ทวิ มาตรา ๑๐๕ ทวิ ในการออกใบรับให้ผู้มีหน้าที่ออกใบรับตามความในมาตรา ๑๐๕ (๒) หรือ (๔) ทำต้นขั้วหรือสำเนาใบรับ และเก็บต้นขั้วหรือสำเนาใบรับเช่นว่านี้ไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันที่ออกใบรับ ใบรับ ต้นขั้วหรือสำเนาใบรับตามความในวรรคก่อน อย่างน้อยต้องมีอักษรไทยให้ปรากฏข้อความต่อไปนี้ (๑) ทวิ ชื่อหรือยี่ห้อของผู้ออกใบรับ (๒) เลขที่ตามลำดับของใบรับ (๓) วัน เดือน ปี ที่ออกใบรับ (๔) จำนวนเงินที่รับ (๕) ชื่อ หรือยี่ห้อและที่อยู่ของผู้ซื้อเฉพาะในกรณีการขาย ซึ่งรวมราคาที่ต้องชำระครั้งหนึ่งตั้งแต่ ๕,๐๐๐บาทขึ้นไป ทวิ มาตรา ๑๒๓ ทวิ ให้อธิบดี โดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดวิธีการให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรปฏิบัติเพื่อให้การเสียอากรในหมวดนี้เป็นไปโดยรัดกุม การกำหนดวิธีการเช่นว่านี้ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ผู้มีหน้าที่เสียอากรปฏิบัติตามบัญชีอัตราภาษีโรงแรมภัตตาคาร (๑) อัตราร้อยละ ๑๕ของเงินที่เรียกเก็บหรือที่ค้างชำระ แต่ภาษีที่จะต้องเสียทั้งปีต้องไม่น้อยกว่าค่ารายปี (๒) ถ้าเงินภาษีที่ชำระตาม (๑)ตลอดปีปฏิทินรวมกันมีจำนวนไม่ถึงค่ารายปีให้เพิ่มเงินภาษีที่จะต้องชำระในเดือนสุดท้ายของปีปฏิทินเพื่อให้ยอดเงินภาษีทั้งปีเท่ากับค่ารายปีแต่ถ้าเป็นกรณีที่ประกอบกิจการโรงแรมภัตตาคารไม่เต็มปีให้เสียภาษีตามส่วนแห่งระยะเวลาของเดือนที่ประกอบกิจการในปีปฏิทินนั้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปเว้นแต่ (๑) บทบัญญัติมาตรา ๑๗ ถึงมาตรา๓๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้และบัญชีอัตราภาษีเงินได้ (๑) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา๓๔ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับในการจัดเก็บภาษีเงินได้สำหรับเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ในปีภาษีพ.ศ. ๒๔๙๔ เป็นต้นไป (๒) บทบัญญัติมาตรา ๓๓แห่งพระราชบัญญัตินี้และบัญชีอัตราภาษีเงินได้ (๒) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๔ แห่งพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดลงในหรือหลังวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่บทบัญญัติมาตรา ๗๖ ตรี แห่งประมวลรัษฎากรตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๓แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ (๓) บทบัญญัติมาตรา ๓๕ ถึงมาตรา๓๗ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับสำหรับการจัดเก็บภาษีโรงค้าตั้งแต่ในปี พ.ศ.๒๔๙๔ เป็นต้นไป (๔) บทบัญญัติมาตรา ๓๘ ถึงมาตรา๔๕ แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยอากรแสตมป์ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ (๕) บทบัญญัติมาตรา ๔๖ ถึงมาตรา๔๘ แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยอากรมหรสพให้ใช้บังคับเมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ (๖) บทบัญญัติมาตรา ๔๙แห่งพระราชบัญญัตินี้ว่าด้วยภาษีโรงแรมภัตตาคาร ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นสามสิบวันนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ มาตรา ๕๐ บรรดาบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรที่ยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ให้ยังคงใช้ได้ในการปฏิบัติจัดเก็บภาษีอากรที่ค้างอยู่หรือที่พึงชำระก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้เว้นแต่ (๑) มาตรา ๑๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา๑๒ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับแก่การยื่นรายการซึ่งได้ยื่นไว้แล้วไม่เกินห้าปีนับแต่วันใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา๑๙ (๒) มาตรา ๕๐ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับแก่กรณีความผูกพันที่ต้องจ่ายเงินซึ่งได้เกิดขึ้นก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา๕๐ และความผูกพันเช่นว่านี้ยังคงมีอยู่หลังวันใช้บังคับนั้นในกรณีเช่นนี้เมื่อมีการจ่ายเงินตามข้อผูกพันครั้งสุดท้ายให้ผู้จ่ายเงินหักภาษีตามมาตรา ๕๐ สำหรับเงินซึ่งได้จ่ายไปแล้วในครั้งก่อน ๆก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๕๐ ด้วย (๓) มาตรา ๗๔ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้บังคับแก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งเลิกกันก่อนวันใช้บังคับบทบัญญัติมาตรา๗๔ แต่ยังชำระบัญชีอยู่ในวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีเช่นว่านี้เพื่อประโยชน์ในการคำนวณภาษี ให้ถือว่าวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้เป็นวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีและให้นำมาตรา๗๒และมาตรา ๗๓ มาใช้บังคับ