ทนาย Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 653

ชุดหลัก
มาตรานี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว — ตัวบทด้านล่างเป็นฉบับที่เก็บไว้ในคลัง และอาจเป็นข้อความก่อนการแก้ไข โปรดอ่านตัวบทที่แก้ไขจาก:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดงหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 893/2568

พ.ศ. 2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 ซึ่งเป็นตารางจ่ายเงินกู้ ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท และงวดชำระเงินต้นงวดละ 29,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยรวม 25 งวด โดยระบุยอดรวมเงินต้นและยอดรวมดอกเบี้ย ซึ่งแต่ละงวดระบุวันเดือนปีไว้ ด้านล่างเอกสารระบุว่า ข้าพเจ้า ก. ยินดีจ่ายเงิน 29,200 บาท ตามข้อตกลงทุกประการ และลงชื่อผู้กู้ (ก.) อันเป็นเอกสารที่มีข้อความแสดงให้เห็นว่าจำเลยมีหนี้เงินกู้ที่พึงต้องชำระ ถือเป็นหลักฐานแห่งกา

ฎีกาที่ 3622/2568

พ.ศ. 2568

บันทึกหน้าจอแอปพลิเคชันไลน์ที่โจทก์และจำเลยสนทนากันปรากฏข้อความว่า วันที่ 15 มีนาคม 2565 เวลา 15.20 นาฬิกา โจทก์และจำเลยโทรศัพท์พูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์ แล้วเวลา 16.35 นาฬิกา โจทก์และจำเลยโทรศัพท์พูดคุยกันทางแอปพลิเคชันไลน์อีกครั้ง จากนั้นเวลา 17 นาฬิกา โจทก์โอนเงิน 100,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารให้จำเลย เวลา 17.07 นาฬิกา จำเลยส่งสติกเกอร์ที่มีข้อความ "ขอบคุณครับ" ถึงโจทก์ เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ย

ฎีกาที่ 1650/2567

พ.ศ. 2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,000 บาท สัญญากู้เงินโจทก์เขียนจำนวนเงินกู้ 200,000 บาท เป็นเอกสารปลอม ดังนี้ คำให้การของจำเลยเป็นคำให้การที่กล่าวอ้างว่าจำเลยกู้เงินจากโจทก์จริง แต่ได้รับเงินไม่ถึงจำนวนที่โจทก์เขียนระบุไว้ในสัญญา และกล่าวอ้างว่าสัญญากู้เงินเป็นเอกสารปลอม การที่จะฟังว่าจำเลยท

ฎีกาที่ 6656/2567

พ.ศ. 2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 จำเลยโอนเงินให้โจทก์ 500,000 บาท โจทก์จึงขีดแก้ไขจำนวนเงินจาก 700,000 บาท เป็น 200,000 บาท ในสัญญากู้ยืมเงินและลงลายมือชื่อกำกับไว้ แต่ไม่มีการลงวันที่กำกับการแก้ไขจำนวนเงิน จึงต้องฟังว่าจำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ โดยระบุจำนวนเงินในวันทำสัญญาเพียง 200,000 บาท โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงล

ฎีกาที่ 514/2567

พ.ศ. 2567

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การทำนองเดียวกันว่าหนี้เงินกู้เป็นการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกันเพื่อใช้เป็นเงินทุนในกิจการของจำเลยที่ 1 ปัจจุบันมีการชำระหนี้แล้ว และชั้นพิจารณาจำเลยที่ 1 และที่ 2 นำสืบทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ในการบริหารงานของจำเลยที่ 1 การตัดสินใจขึ้นอยู่กับ ป. จำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกู้ยืมเงินกับจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อตามที่ ป. สั่ง จึงมิได้กระทำการในนามตนเองและมิได้รับเงินหรือประโยช

ค้นต่อ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 · Thanoy