ทนาย Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 64

ชุดหลัก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 64 คำสั่งศาลให้เป็นคนสาบสูญหรือคำสั่งถอนคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 943/2538

พ.ศ. 2538

ตาม พระราชบัญญัติ ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ1 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2535มาตรา14บัญญัติว่า"บรรดาระยะเวลาที่บัญญัติไว้ในบรรพ1แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฯลฯซึ่งใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับหากระยะเวลาดังกล่าวยังไม่สิ้นสุดลงในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและระยะเวลาที่กำหนดขึ้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ท้ายพระราชบัญญัตินี้แตกต่างกับระยะเวลาที่กำหนดไว้เดิมให้นำระยะเวลาที่ยาวกว่ามาใช้บังคับ"ในระหว่างเกิดเหตุคดีนี้ประมวลกฎหม

ฎีกาที่ 1112/2535

พ.ศ. 2535

ผู้ร้องไม่มีสิทธิรับมรดกของ ผ.แทนที่ท. บิดาของผู้ร้องเพราะขณะที่ถือว่า ผ.ถึงแก่ความตายนั้นท. ยังมีชีวิตอยู่ผู้ร้องจึงไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่า ผ. เป็นคนสาบสูญได้.

ฎีกาที่ 1672/2511

พ.ศ. 2511

ในคดีที่ผู้ร้องร้องขอให้บิดาของผู้ร้องเป็นคนสาบสูญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 64 และมีผู้คัดค้านเข้ามาในคดี เมื่อพยานหลักฐานของผู้ร้องและผู้คัดค้านไม่มีใครทราบแน่ว่า บิดาผู้ร้องเป็นตายร้ายดีอย่างไร แต่เมื่อฟังได้ว่าบิดาผู้ร้องไปจากภูมิลำเนาได้ 20 ปีเศษแล้ว โดยไม่กลับมาอีกเลย กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 64 ในอันที่จะมีคำสั่งให้บิดาผู้ร้องเป็นคนสาบสูญได้ผู้ร้องร้องขอให้นายคล้ายบิดาผู้ร้องเป็นคนสาบสูญ ผู้คัดค้านได้ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายคล้ายเป็นคนสาบสูญ ผ

ฎีกาที่ 842/2487

พ.ศ. 2487

ภรรยาร้องขอไห้สาลสั่งไห้สาสมีเปนคนสาบสูนย์แม้สามีนั้นมีบุตร์ซึ่งยังมีชีวิตหยู่ ก็ถือว่าพี่ชายของสามีเปนผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิร้องคัดค้านได้ คดีไม่มีข้อพิพาทนั้น ผู้ที่จะร้องสอดได้จะต้องเปนผู้มีส่วนได้เสีย.ผู้ร้องร้องต่อสาลขอไห้สั่งว่านายหมุยไช้ซึ่งเปนสามีผู้ร้องเปนคนสาบสูนย์ นายไข่ซ้งพี่ชายนายหมุยไซ้ร้องคัดค้านว่านายหมุนไซ้ไปประเทสจีนไม่ถึง ๗ ปีและยังมีชีวิตหยู่ สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์เห็นว่าผู้คัดค้านไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิคัดค้าน ไห้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่า คดีไม่มีข้อพิพา

ฎีกาที่ 17950/2557

พ.ศ. 2557

ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาว่าจำเลยร่วมไม่ต้องรับผิด ทั้งข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ไม่ได้กระทบกระเทือนสิทธิของจำเลยร่วม จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกา ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างกองน้ำบาดาล ในสังกัดจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่มีฐานะเป็นกรม จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อผู้เสียหายในผลละเมิดที่จำเลยที่ 1 ทำตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 4 และมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แม้ต่อมาจะมี พ.ร.ฎ.ให้โอนกองน้ำบาดาลไปสังกัดจำเลยร่วม ก็เป็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะฐานะของกองน้ำบาดาล ความรับ

ค้นต่อ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 64 · Thanoy