มาตรา 520
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 78/2494
กระบือของจำเลยขวิดกระบือโจทก์ขาหักพิการ ใช้งานไม่ได้โจทก์จำเลยตกลงกันโดยจำเลยเอากระบือเมียให้แก่โจทก์ 1 ตัวเป็นค่าเสียหายการที่จำเลยมอบกระบือเมีย 1 ตัวแก่โจทก์นี้ ถือได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้อันเกิดจากการละเมิดให้โจทก์ เป็นการปฏิบัติต่อกันเลยคั่นที่จะถือว่าทำสัญญาประณีประนอมยอมความต่อกันไปแล้ว จึงไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือก็ใช้ได้ ฉะนั้นเมื่อจำเลยกลับไปเอากระบือนั้นมาเสียจากการยึดถือครอบครองของโจทก์ ก็นับว่าจำเลยได้ทำละเมิดสิทธิยึดถือครอบครองของโจทก์ขึ้นอีก โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้คืนกระบือนั้น
ฎีกาที่ 1698/2493
จำเลยใช้มีดแทงเขาโดยจงใจ และเขาตายเพราะพิษบาดแผลที่จำเลยทำร้าย ดังนี้แม้เป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาก็ย่อมเป็นการละเมิดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้จำเลยถูกฟ้องหาว่า ฆ่าคนตาย จนคดีถึงที่สุด ศาลพิพากษาลงโทษจำเลย ดังนี้ กรณีเข้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 51 วรรคสาม ซึ่งบัญญัติให้ถืออายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา168 ซึ่งให้ฟ้องได้ภายใน 10 ปี
ฎีกาที่ 763/2484
การเข้าซึ่งกำหนดชำระค่ากันเป็นรายเดือน เมื่อผู้เช่าผิดสัญญาชำระค่าเช่าผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาทีเดียวไม่ได้ ต้องบอกกล่าวให้ผู้เช่าชำระค่า-เช่าก่อนไม่น้อยกว่า 15 วันจำเลยเช่าโรงเรือนโจทก์ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.๒๔๘๒ ค่าเช่าเดือนละ ๒๐ บาท เช่าได้สัก ๒ - ๓ เดือนก็เริ่มติดค้างค่าเช่าชำระไม่หมดบ้าง ชำระเก่าค้างใหม่บ้าง โจทก์ทวงถามก็ผัดเรื่อย ๆ มา ในที่สุดโจทก์มีจุดหมายบอกเลิกสัญญาและให้ออกจากที่เช่าภายใน ๑ เดือน เมื่อครบกำหนดแล้ว จำเลยไม่ยอมออก โจทก์จึงฟ้องขับไล่.
ฎีกาที่ 569/2483
การประกาศจดทะเบียนหุ้นส่วนในราชกิจจานุเบกษานั้น แม้กฎหมายจะถือว่าบุคคลทั้งปวงรู้แล้วก็ดี แต่เป็รกรณีที่จะต้องพิจารณาในเมื่อวินิจฉัยถึงความรับผิดในทางนิติกรรมสัญญาไม่ใช่ในเรื่องละเมิด ที่
ฎีกาที่ 737/2480
ทำสัญญาแลกเปลี่ยนที่ดินกันโดยฝ่ายหนึ่งตกลงจะเพิ่มราคาที่ดินให้ เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ได้รับเงินส่วนที่เพิ่มให้ แม้จะได้รับที่ดินมาแล้วก็ยังถือว่าเป็นสัญญาจะแลกเปลี่ยนเท่านั้น ประมวลวิธีพิจารณาแพ่ง ม. 142 ทำสัญญาจะแลกเปลี่ยนที่ดินกัน เมื่อต่างได้รับที่ดินไปแล้ว จะมาฟ้องขอให้ขับไล่กันไม่ได้