ทนอย.Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 450

ชุดหลัก
มาตรานี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว — ตัวบทด้านล่างเป็นฉบับที่เก็บไว้ในคลัง และอาจเป็นข้อความก่อนการแก้ไข โปรดอ่านตัวบทที่แก้ไขจาก:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 450 ถ้าบุคคลทำบุบสลาย หรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายซึ่งมีมาเป็นสาธารณะโดยฉุกเฉิน ท่านว่าไม่จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หากความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุภยันตราย ถ้าบุคคลทำบุบสลาย หรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะบำบัดปัดป้องภยันตรายอันมีแก่เอกชนโดยฉุกเฉิน ผู้นั้นจะต้องใช้คืนทรัพย์นั้น ถ้าบุคคลทำบุบสลาย หรือทำลายทรัพย์สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อจะป้องกันสิทธิของตนหรือของบุคคลภายนอกจากภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน เพราะตัวทรัพย์นั้นเองเป็นเหตุ บุคคลเช่นว่านี้หาต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ หากว่าความเสียหายนั้นไม่เกินสมควรแก่เหตุ แต่ถ้าภยันตรายนั้นเกิดขึ้นเพราะความผิดของบุคคลนั้นเองแล้ว ท่านว่าจำต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 3347/2516

พ.ศ. 2516

ม้าผู้ของโจทก์ตามเข้าไปสัดม้าตัวเมียของจำเลยที่ 1 ที่ใต้ถุนบ้านของจำเลยที่ 1 ม้าจำเลยที่ 1 ขัดขืนและเตะม้าโจทก์ซึ่งเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 เสียหาย โดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้ยินยอมด้วยถือได้ว่าเป็นภยันตรายอันมีมาโดยฉุกเฉิน การที่จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันใช้ไม้ตีม้าของโจทก์โดยจำเลยที่ 1 ขอร้อง นับว่าเป็นการกระทำโดยจำเป็นเพื่อป้องกันสิทธิของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยควรจะใช้ไม้ตีเพียงเท่าที่จะไล่ม้าของโจทก์ออกไปจากเขตบ้านของจำเลยที่ 1 เท่านั้นแต่จำเลยร่วมกันใช้ไม้ตีม้าของโจทก์บาดเจ็บจนถึงตาย จึงเป็นการเ

ฎีกาที่ 119/2475

พ.ศ. 2475

ลูกหนี้ลงชื่อในใบตรอกให้เจ้าหนี้ตรอกความและจำนวนเงินที่แท้จริงเอกสารนั้นสมบูรณ์วิธีพิจารณาแพ่งหน้าที่นำสืบลูกหนี้สู้ว่าชำระเงินไปบ้างแล้ว แต่ไม่มีหลักฐาน ลูกหนี้ต้องสืบ พ.ร.บ. ฎีกาอุทธรณ์ใครนำสืบก่อนเป็นปัญหากฎหมายข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยซื้อเชื่อสิ่งของไปจากโจทก์ และได้ลงชื่อในใบซื้อเชื่อให้โจทก์ตรอกข้อความและจำนวนเงินเองเป็นจำนวน ๕๐๒ บาท ๗๙ สตางค์ จำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระเงินให้โจทก์แล้ว ๓๖๕ บาท แต่ไม่มีใบรับต่างฝ่ายต่างโต้เถียงกันในเรื่องหน้าที่นำสืบและตกลงไม่สืบพะยานกัน ศาลฎีกาตัดสินว่า เมื่

ฎีกาที่ 291/2473

พ.ศ. 2473

ทำลายทำนบของเอกชนโดยจำเปนเพื่อป้องกันน้ำท่วมนาของราษฎรโจทก์ได้รับอนุญาตจับปลา ได้กั้นทำนบลงในลำคลองและเปิดช่องนิดหน่อยให้น้ำไหล ในปีนั้นเกิดน้ำท่วมมาไหลมาโดยเหตุที่โจทก์กั้นทำนบไว้ ห.จำเลยเปนกำนันได้รายงานไปอำเภอ และไปรื้อทำนบโจทก์แต่ไม่หมด เพื่อระบายน้ำไม่ให้ท่วมมากขึ้น ศาลเดิมตัดสินยกฟ้องโจทก์ โดยเห็นว่าการที่จำเลยทำไปโดยความจำเปนเพื่อป้องกันความเสียหายอันเปนสาธารณ ตามประมวลแพ่งฯ ม.๔๕๐ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย โดยฟังว่าจำเลยแกล้งรื้อของโจทก์ แลไม่ปรากฏว่าน้ำท่วมเพราะเหตุโจทก์ก

ค้นต่อ