มาตรา 448
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 1856/2568
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1856/2568หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะหน่วยงานของรัฐให้รับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่อาจนำบทบัญญัติอายุความเรื่องละเมิดตามมาตรา 448 วรรคหนึ่ง แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งใช้บังคับแก่กรณีผู้เสียหายฟ้องผู้กระทำละเมิดหรือผู้ร่วมรับผิดกับผู้กระทำละเมิดให้ร่วมกันรับผิดในผลแห่งละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาปรับใช้แก่คดีนี้ได้ เมื่อ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้า
ฎีกาที่ 399/2568
การเรียกค่าเสียหายอันเป็นค่าขาดประโยชน์ ค่าเสื่อมสภาพจากการไม่ได้ใช้ทรัพย์ และค่าใช้จ่ายพนักงานในการติดตามดำเนินคดีและทวงถามทรัพย์คืนจากจำเลยในระหว่างที่จำเลยบังคับคดีนำทรัพย์ตามฟ้องของโจทก์ไปเก็บรักษาเป็นการเรียกร้องเอาค่าเสียหายอันเกิดจากมูลละเมิด มีอายุความ 1 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง ไม่ใช่กรณีที่มิได้มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นการเฉพาะซึ่งต้องใช้อายุความทั่วไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ดังที่โจทก์ฎีกา
ฎีกาที่ 1765/2566
แม้โจทก์จะไม่ได้กล่าวมาในคำฟ้องให้ชัดเจนว่า
ฎีกาที่ 2764/2565
อายุความตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 13 แยกความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ หรืออนามัยเป็น 2 กรณี คือ กรณีแรกเป็นผลของสารที่สะสมอยู่ในร่างกายของผู้บริโภค และกรณีที่สองเป็นผลของสารที่ต้องใช้เวลาในการแสดงอาการของผู้บริโภค เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า จําเลยที่ 2 ฉีดชีวโมเลกุลให้โจทก์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2558 รวม 6 ครั้ง การฉีดชีวโมเลกุลเข้าสู่ร่างกายเป็นการให้บริการทางการแพทย์ซึ่งอยู่ในความรู้เห็นโดยเฉพาะของฝ่ายจําเลยผู้ประกอบธุรกิจ ภาระกา
ฎีกาที่ 547/2565
คดีนี้จำเลยทั้งสามให้การว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความละเมิดเพราะฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันเกิดเหตุละเมิด แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าเป็นคำให้การที่ไม่ชัดแจ้ง เมื่อ