มาตรา 1602
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 4656/2566
ตามบทบัญญัติมาตรา 62 ป.พ.พ. การที่ศาลมีคำสั่งแสดงว่าโจทก์เป็นคนสาบสูญถือว่าโจทก์ถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่โจทก์ได้ไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าโจทก์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และโดยผลของมาตรา 1602 ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นมรดกของโจทก์ย่อมตกทอดแก่ทายาทโดยธรรมทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ม. ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของโจทก์ได้กระทำไปโดยไม่สุจริต ที่ดินพิพาทย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่ ม. ทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ม. จึงเป็นเจ้
ฎีกาที่ 3112/2560
คดีนี้
ฎีกาที่ 9277/2558
ในคดีก่อน ส.ฟ้องทายาทของร้อยตำรวจโท ค. เพื่อขอแบ่งปันทรัพย์มรดก และมีการตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดกกัน ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว คำพิพากษาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความ ส่วนวิธีการแบ่งปันทรัพย์มรดกจะถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความกันหรือไม่ อย่างไร เป็นเรื่องที่คู่ความในคดีดังกล่าวต้องไปว่ากล่าวกันในชั้นบังคับคดี หาใช่นำมาฟ้องเป็นคดีใหม่ เมื่อการประมูลทรัพย์มรดกเป็นการบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีเดิม หากไม่ถูกต้องโจทก์ซึ่งเป็นผู้สืบสิทธิของ
ฎีกาที่ 842/2487
ภรรยาร้องขอไห้สาลสั่งไห้สาสมีเปนคนสาบสูนย์แม้สามีนั้นมีบุตร์ซึ่งยังมีชีวิตหยู่ ก็ถือว่าพี่ชายของสามีเปนผู้มีส่วนได้เสีย มีสิทธิร้องคัดค้านได้ คดีไม่มีข้อพิพาทนั้น ผู้ที่จะร้องสอดได้จะต้องเปนผู้มีส่วนได้เสีย.ผู้ร้องร้องต่อสาลขอไห้สั่งว่านายหมุยไช้ซึ่งเปนสามีผู้ร้องเปนคนสาบสูนย์ นายไข่ซ้งพี่ชายนายหมุยไซ้ร้องคัดค้านว่านายหมุนไซ้ไปประเทสจีนไม่ถึง ๗ ปีและยังมีชีวิตหยู่ สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์เห็นว่าผู้คัดค้านไม่มีส่วนได้เสียไม่มีสิทธิคัดค้าน ไห้ยกคำร้อง ผู้คัดค้านดีกา สาลดีกาวินิฉัยว่า คดีไม่มีข้อพิพา