ทนาย Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1598/33

ชุดหลัก
มาตรานี้ถูกแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว — ตัวบทด้านล่างเป็นฉบับที่เก็บไว้ในคลัง และอาจเป็นข้อความก่อนการแก้ไข โปรดอ่านตัวบทที่แก้ไขจาก:
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/33 คดีฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรมนั้น เมื่อ (1) ฝ่ายหนึ่งทำการชั่วร้ายไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ เป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง หรือถูกเกลียดชัง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ (2) ฝ่ายหนึ่งหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่งอันเป็นการร้ายแรง อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ ถ้าบุตรบุญธรรมกระทำการดังกล่าวต่อคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรม ให้ผู้รับบุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้ (3) ฝ่ายหนึ่งกระทำการประทุษร้ายอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีหรือคู่สมรสของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจอย่างร้ายแรงและการกระทำนั้นเป็นความผิดที่มีโทษอาญา อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ (4) ฝ่ายหนึ่งไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้ (5) ฝ่ายหนึ่งจงใจละทิ้งอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปี อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องเลิกได้ (6) ฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเกินสามปี เว้นแต่ความผิดที่กระทำโดยประมาท อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้ (7) ผู้รับบุตรบุญธรรมทำผิดหน้าที่บิดามารดา และการกระทำนั้นเป็นการละเมิด หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 1564 มาตรา 1571 มาตรา 1573 มาตรา 1574 หรือมาตรา 1575 เป็นเหตุให้เกิดหรืออาจเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อบุตรบุญธรรม บุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้ (8) ผู้รับบุตรบุญธรรมผู้ใดถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วนหรือทั้งหมด และเหตุที่ถูกถอนอำนาจปกครองนั้นมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่า ผู้นั้นไม่สมควรเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมต่อไป บุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้ (9) (ยกเลิก)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1934/2545

พ.ศ. 2545

โจทก์อุปการะเลี้ยงดูจำเลยมาตั้งแต่จำเลยอายุได้ 7 วัน ต่อมาโจทก์จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรม แสดงว่าโจทก์เมตตารักใคร่จำเลยเสมือนลูก โจทก์ได้ให้การศึกษาที่ดีแก่จำเลยและอุปการะเลี้ยงดูจำเลยตลอดมาจนจำเลยสมรสมีครอบครัวโจทก์ก็ยังมีความรักและความเมตตาต่อจำเลยตั้งใจจะยกทรัพย์สมบัติให้ แต่เมื่อจำเลยเติบใหญ่ขึ้นมากลับไม่มีความเคารพยำเกรงโจทก์ซึ่งเปรียบเสมือนมารดาผู้ให้กำเนิดและเป็นผู้มีพระคุณ จำเลยด่าว่าโจทก์ด้วยถ้อยคำรุนแรง อันเป็นเรื่องที่บุตรไม่พึงกระทำต่อมารดาทั้งจำเลยมักหาเรื่องระรานโจทก์อยู่ตลอด

ฎีกาที่ 784/2538

พ.ศ. 2538

การที่โจทก์ซึ่งเป็นน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตายอ้างตนว่าเป็นทายาทมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายแต่จำเลยทั้งสองคัดค้านอ้างว่าจำเลยที่1เป็นบุตรบุญธรรมของผู้ตายนั้นหากข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำคัดค้านสิทธิในการรับมรดกของโจทก์ย่อมถูกกระทบกระเทือนการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่จะได้รับมรดกของผู้ตายตามกฎหมายโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองว่าการจดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่1เป็นโมฆะได้โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ เป็น น้องชาย ร่วม บิดา มารดา เดียว กัน กับนางสาว ผาย อิ่ม

ฎีกาที่ 1110/2526

พ.ศ. 2526

จำเลยซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมทำงานอยู่คนละจังหวัดกับภูมิลำเนาของโจทก์แต่ไปมาหาสู่กันเสมอ ต่อมาจำเลยออกจากงานไปอยู่ที่อื่นโดยไม่แจ้งให้โจทก์ทราบ โจทก์ไปหาจำเลยก็โดยประสงค์ให้ช่วยส่งเงินเป็นค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ เมื่อไม่พบกันจำเลยย่อมไม่ทราบความประสงค์ของโจทก์ จึงยังถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจละทิ้งโจทก์และไม่อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ อันเป็นเหตุที่จะฟ้องขอให้เลิกการรับบุตรบุญธรรมได้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยขอให้เลิกการรับบุตรบุญธรรม

ฎีกาที่ 3340/2524

พ.ศ. 2524

พนักงานอัยการจะร้องขอใช้สิทธิทางศาลได้ก็ต่อเมื่อกฎหมายบัญญัติให้อำนาจและหน้าที่ไว้เท่านั้น การร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเพราะผู้ให้ความยินยอมใช้สูติบัตรกับสำเนาทะเบียนบ้านปลอมมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่แก้ไขใหม่มิได้บัญญัติ ให้อำนาจแก่พนักงานอัยการไว้ พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจ ยื่นคำร้องต่อศาลผู้ร้องร้องว่า นาย ย. และนาง ม. สามีภริยาสัญชาติเดนมาร์คได้ยื่นคำร้องต่อผู้ช่วยหัวหน้าเขตพญาไทขอจดทะเบียนรับเด็กหญิง พ.เป็นบุตรบุญธรรมในการนี้มารดาของเด็กหญ

ค้นต่อ

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1598/33 · Thanoy