มาตรา 110
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 257/2540
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 257/2540หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกพิพาทซึ่งมีค่าเช่าในขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ4,000บาทจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงดังนั้นการที่จำเลยอุทธรณ์ว่าอ. มิได้เป็นผู้จัดการและช.มิได้เป็นเหรัญญิกของโจทก์โดยบุคคลทั้งสองไม่มีอำนาจทำการแทนโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้นเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา224วรรคสองที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของจำเลยและศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาจำเลยในปัญหานี้จึงเป็นการไม่ชอบถือว่าข้อเท็จจริง
ฎีกาที่ 5505/2539
แม้
ฎีกาที่ 5501/2539
มูลนิธิ
ฎีกาที่ 2087/2529
ปัญหาที่ว่าโทรศัพท์เป็นเครื่องอุปกรณ์อันใช้ประกอบกับทรัพย์เป็นประธานคือบ้านและที่ดินอันเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์หรือไม่นั้นไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนเมื่อมิได้ว่ากล่าวกันมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นย่อมยกขึ้นฎีกามิได้.โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ เป็น เจ้าของ กรรมสิทธิ์ ที่ดิน พร้อม บ้าน3 หลังจาก การ ยก ให้ ของ มารดา ระหว่าง โจทก์ ไป ศึกษา ต่างประเทศจำเลย ซึ่ง เป็น น้องสาว ของ โจทก์ เป็น ผู้ ดำเนิน กิจการ อัน จำเป็นเกี่ยวกับ บ้าน ทั้ง สาม หลัง แทน โจทก์ ต่อมา จำเลย ขอ ติดตั้งโทรศัพท์ ทั้ง สาม หม
ฎีกาที่ 2003/2523
รถยนต์โจทก์ถูกชนเสียหายจนไม่อาจซ่อมได้โจทก์ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายคิดเท่าราคารถที่โจทก์ซื้อกับราคาค่ายางที่ติดรถกับยางอะไหล่ยางรถและยางอะไหล่เป็นส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของตัวรถตามปกติประเพณีการค้าย่อมรวมอยู่ในราคาของรถที่ทำการซื้อขาย เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นกับรถการเสื่อมค่าหรือราคาย่อมเป็นไปตามสภาพอยู่ด้วยกันทั้งหมด อายุความละเมิด 1 ปีนับตั้งแต่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ทำละเมิดด้วยคือนับตั้งแต่อธิบดีกรมตำรวจในฐานะตัวแทนกรมตำรวจรู้ความดังกล่าว