ทนาย Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 1007

ชุดหลัก
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1007 ถ้าข้อความในตั๋วเงินใด หรือในคำรับรองตั๋วเงินรายใด มีผู้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญโดยที่คู่สัญญาทั้งปวงผู้ต้องรับผิดตามตั๋วเงินมิได้ยินยอมด้วยหมดทุกคนไซร้ ท่านว่าตั๋วเงินนั้นก็เป็นอันเสีย เว้นแต่ยังคงใช้ได้ต่อคู่สัญญาซึ่งเป็นผู้ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น หรือได้ยินยอมด้วยกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้น กับทั้งผู้สลักหลังในภายหลัง แต่หากตั๋วเงินใดได้มีผู้แก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญ แต่ความเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ประจักษ์ และตั๋วเงินนั้นตกอยู่ในมือผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ทรงคนนั้นจะเอาประโยชน์จากตั๋วเงินนั้นก็ได้ เสมือนดังว่ามิได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเลย และจะบังคับการใช้เงินตามเนื้อความแห่งตั๋วนั้นก็ได้ กล่าวโดยเฉพาะ การแก้ไขเปลี่ยนแปลงเช่นจะกล่าวต่อไปนี้ ท่านถือว่าเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญ คือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างใด ๆ แก่วันที่ลง จำนวนเงินอันจะพึงใช้ เวลาใช้เงิน สถานที่ใช้เงิน กับทั้งเมื่อตั๋วเงินเขารับรองไว้ทั่วไปไม่เจาะจงสถานที่ใช้เงิน ไปเติมความระบุสถานที่ใช้เงินเข้าโดยที่ผู้รับรองมิได้ยินยอมด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 4759/2557

พ.ศ. 2557

จำเลยที่ 1 เป็นธนาคารพาณิชย์ พนักงานของจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องระมัดระวังและต้องใช้ความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษตรวจสอบเช็คที่โจทก์สั่งจ่าย หากมีการแก้ไขชื่อผู้รับเงินซึ่งเป็นข้อความสำคัญในเช็คโดยเห็นประจักษ์ ก็ชอบที่จะปฏิเสธการใช้เงิน เพราะเหตุที่เป็นตั๋วเงินปลอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1007 โดยแจ้งให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของเช็คทราบทันที ไม่เช่นนั้นแล้วหากมีการจ่ายเงินตามเช็คไปย่อมเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของพนักงานของจำเลยที่ 1 การที่โจทก์สั่งจ่ายเช็คพิพาทแล้ว อ. แก้ไขปลอมแปลงเช็คนั้นภายหลัง ไม่อาจถื

ฎีกาที่ 1385/2554

พ.ศ. 2554

เช็คเป็นตราสารเปลี่ยนมือได้ ย่อมโอนเปลี่ยนมือกันได้ด้วยการสลักหลังและส่งมอบเช็คในกรณีเช็คระบุชื่อ หรือด้วยการส่งมอบเช็คในกรณีเช็คผู้ถือ เช็คพิพาททั้ง 5 ฉบับ เป็นเช็คสั่งจ่ายเงินสดโดยมิได้ระบุชื่อหรือยี่ห้อผู้รับเงินและมิได้ขีดฆ่าคำว่า หรือผู้ถือออก จึงเป็นเช็คผู้ถือ โจทก์เป็นผู้มีเช็คพิพาทไว้ในครอบครองโจทก์จึงเป็นผู้ทรงเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 904 เมื่อการแก้ไขวันเดือนปีในเช็คพิพาทเป็นการแก้ไขโดยจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้สั่งจ่ายและลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วยโดยโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงยินยอ

ฎีกาที่ 3947/2554

พ.ศ. 2554

โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คฉบับพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่แรก และต่อมาฝ่ายจำเลยขอผัดการชำระเงิน ทั้งบุตรสาวจำเลยได้นำเช็คพิพาทไปแก้ไขวันที่และมีการลงลายมือชื่อกำกับไว้ แม้จะไม่ใช่การแก้ไขของจำเลยเองก็ตาม การแก้ไขวันที่ในเช็คเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในข้อสำคัญ ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าโจทก์จะมีส่วนรู้เห็นด้วยอีกทั้งลายมือชื่อกำกับการแก้ไขดังกล่าวคล้ายคลึงกับลายมือชื่อสั่งจ่ายของจำเลยที่ปรากฏในเช็คพิพาทมาก ยากที่บุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญจะทราบได้ว่าไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย จึงเป็นความเปลี่ยนแปลงอันไม่ป

ฎีกาที่ 13/2553

พ.ศ. 2553

การที่จำเลยนำเช็คที่ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วมาแก้ไขวันที่และลงชื่อกำกับวันที่แก้ไขไว้ แม้จะเจตนาให้มีผลผูกพันเพื่อชำระหนี้ค่าเช่าซื้อที่จำเลยทำสัญญากับผู้เสียหาย และเป็นการแก้ไขวันสั่งจ่ายซึ่งเป็นข้อสำคัญในเช็คตาม ป.พ.พ. มาตรา 1007 ก็ตาม แต่การลงวันที่ใหม่และลงนามกำกับการแก้ไขโดยจำนวนเงินและลายมือชื่ออันเป็นรายการที่มีอยู่ในเช็คเดิมจึงเป็นเพียงการแก้วันที่ในเช็คเพียงอย่างเดียว เช็คยังคงเป็นเช็คฉบับเดิม ไม่เป็นการออกเช็คฉบับใหม่แต่อย่างใด เมื่อเช็คถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมาครั้งหนึ่งแล้ว

ฎีกาที่ 6795/2552

พ.ศ. 2552

จำเลยเป็นผู้ออกเช็ค ปรากฏว่ามีการแก้ไขวันที่ออกเช็คของปีพ.ศ.2544 เป็น พ.ศ.2541 แต่ไม่ได้ความว่าถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงเมื่อใด อาจถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงภายหลังจากออกเช็ค คือ ในระหว่างที่เช็คอยู่ในความครอบครองของโจทก์ก็ได้ ทั้งเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ไม่ประจักษ์และเช็คตกอยู่ในมือของโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงโดยชอบกรณีต้องด้วย ป.พ.พ. มาตรา 1007 วรรคสอง จึงฟังได้ว่าฝ่ายจำเลยออกเช็คให้แก่โจทก์ตั้งแต่ปี 2541 เมื่อโจทก์นำเช็คมาฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันที่เช็คพิพาทถึงกำหนด จึงขาดอายุความตามมาตรา 1002

ค้นต่อ