มาตรา 27
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 403/2517
คดีมีแต่ปัญหาข้อกฎหมาย ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้นศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 222 แต่ถ้าศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงมา ศาลฎีกาเห็นสมควรก็วินิจฉัยข้อเท็จจริงโดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก่อน ผู้ต้องโทษกักขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29ในระหว่างรับโทษกักขังอยู่ทำผิดข้อกำหนดตามมาตรา 27 ศาลอาจเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุกได้คดีนี้ จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์
ฎีกาที่ 1300/2501
ในเรื่องทรัพย์สินที่ใช้พนันกันนั้น พระราชบัญญัติการพนันบัญญัติให้รับไว้เป็นพิเศษเฉพาะที่จับได้ในวงเล่น ฉะนั้น จะใช้กฎหมายอาญามาใช้บังคับไม่ได้
ฎีกาที่ 231/2500
เรือยนต์ของกลางเมื่อจำเลยใช้เป็นเพียงพาหนะไปปล้น ไม่ได้ใช้ร่วมในการกระทำผิดด้วย แม้จำเลยจะได้ใช้เป็นเรือขนทรัพย์ที่ปล้นมาก็จริงก็เป็นการใช้เป็นพาหนะไปมาทำนองเดียวกันเท่านั้น จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรริบ
ฎีกาที่ 740/2497
ศาลมีคำพิพากษาให้ริบของกลาง ต่อมามีผู้มาร้องว่าของกลางนั้นเป็นของผู้ร้องเมื่อศาลเชื่อว่าของกลางเป็นของผู้ร้องจริงศาลก็อาจสั่งคืนให้ผู้ร้องได้ ไม่เป็นการแก้คำพิพากษาคดีนี้เดิม
ฎีกาที่ 644/2493
เมื่อศาลล่างทั้งสองเห็นต้องกันว่า เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นการพนันอย่างใดไม่ควรริบโจทก์ฎีกาว่าเป็นของควรริบตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 27(1) นั้น เป็นการคัดค้านดุลพินิจของศาลเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามโจทก์หาว่าจำเลยสมคบกันเล่นการพนันไพ่ผ่องจีนโดยไม่รับอนุญาต จำเลยรับสารภาพมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะแต่ข้อให้ริบของกลาง คือ โต๊ะสำหรับรองในการเล่นโดยเฉพาะ 1 โต๊ะ เก้าอี้นั่งสำหรับเล่น 6 ตัว และตะเกียงหลอดจุดในการเล่น 1 ดวง ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นต้องกันว่า ไม่ควรริบโดยไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ในก