มาตรา 268
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 7946/2568
การที่จำเลยลักบัตรเครดิตของผู้เสียหายแล้ว จำเลยนำบัตรเครดิตดังกล่าวไปชำระค่าบริการและค่าสินค้าแทนการชำระด้วยเงินสด 7 ครั้ง ซึ่งจำนวนเงินที่จำเลยใช้บัตรเครดิตชำระค่าบริการและค่าสินค้าแต่ละครั้งเป็นคนละจำนวนไม่เท่ากันและต่างเวลากัน ลักษณะการกระทำความผิดดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าเป็นการกระทำความผิดในวาระเดียวกัน การกระทำของจำเลยดังกล่าวจึงเป็นความผิด 7 กรรมต่างกัน
ฎีกาที่ 1496/2567
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งว่า จำเลยประกอบอาชีพให้บริการรับยื่นขอวีซ่า ใบถิ่นที่อยู่ ใบต่างด้าว และสามารถยื่นคำขอเปลี่ยนสัญชาติของผู้เสียหายเป็นสัญชาติไทยได้ โดยบรรยายฟ้องเกี่ยวกับวันเวลาการกระทำความผิดตามฟ้องข้อ 1.1 กับข้อ 1.2 เป็นคนละเดือน จึงเป็นคนละช่วงเวลากระทำความผิด ทั้งจำเลยหลอกลวงผู้เสียหายคนละเรื่องกัน ซึ่งทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยคนละคราวกัน ดังนั้น การกระทำของจำเลยแต่ละช่วงเวลาแต่ละ
ฎีกาที่ 6181/2567
"ใช้" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หมายความว่า เอามาทำให้เกิดผลหรือประโยชน์ การที่จำเลยนำรถยนต์ที่มีหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์รวมทั้งแผ่นป้ายทะเบียนปลอมมาจอดแสดงอยู่ที่เต็นท์รถของจำเลย ก็เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่ว่ารถยนต์ดังกล่าวมีหมายเลขประจำตัวถังและหมายเลขประจำเครื่องยนต์รวมทั้งแผ่นป้ายทะเบียนครบถ้วน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสำเร็จฐานใช้เอกสารและเอกสารราชการปลอม แม้ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มีผลบังค
ฎีกาที่ 1581/2567
แม้ตาม ป.อ. มาตรา 268 บัญญัติให้ผู้ใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 265 และเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น รับโทษตามมาตรานี้เพียงกระทงเดียว แต่การใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม ป.รัษฎากร มาตรา 86/13, 90/4 (3) ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษต่างหากจาก ป.อ. ไม่เข้าข้อยกเว้นให้รับโทษฐานใช้เอกสารปลอมกระทงเดียวตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคสอง การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตาม ป.อ. มาตรา 91 หาใช่เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัย ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวก
ฎีกาที่ 2086/2567
คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับการกระทำความผิดของจำเลยว่าจำเลยมอบอำนาจให้ ม. ยืนคำขอจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมกรรมการของบริษัท ด. โดยมีกรรมการเข้าใหม่ 1 คน คือ พ. และกรรมการออกจากตำแหน่ง 2 คน คือ