มาตรา 226
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 1904/2540
การที่จำเลยปลอมโฉนดซึ่งเป็นเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา266(1)เป็นความผิดที่มีโทษจำคุกขั้นสูงถึงสิบปีพฤติการณ์ที่จำเลยปลอมโฉนดและนำโฉนดที่จำเลยปลอมไปหลอกลวงกู้เงินโจทก์ร่วมถึง600,000บาทนั้นมีลักษณะเป็นภัยร้ายแรงต่อโจทก์ร่วมและสุจริตชนโดยทั่วไปซึ่งมิใช่วิสัยของคนที่เคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัดมาเป็นเวลาถึง5ปีเช่นจำเลยจักพึงกระทำแม้จำเลยจะใช้ค่าเสียหายเป็นที่พอใจจนโจทก์ร่วมถอนคำร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกงไปแล้วก็มีผลเพียงแต่ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องในข้อหาฉ้อโกงระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจา
ฎีกาที่ 196/2533
ผู้เสียหายนำความไปแจ้งต่อ เจ้าพนักงานให้ดำเนิน คดีแก่จำเลยทั้งสองก็เพราะสงสัยว่าจำเลยทั้งสองจะเป็นคนร้าย ดังนั้นการที่ลูกจ้างของผู้เสียหายให้การต่อ พนักงานสอบสวนภายหลังจากนั้นว่า จำเลยทั้งสองเป็นคนร้าย จึงมีน้ำหนักน้อยและเมื่อลูกจ้างคนหนึ่งของผู้เสียหายกลับมาเบิกความในชั้น พิจารณาว่าไม่เคยเห็นจำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายแต่ อย่างใด ส่วนลูกจ้างอีกคนหนึ่งกลับว่าที่จำเลยทั้งสองเป็นคนร้ายเพราะจำเลยทั้งสองได้ บอกให้ทราบเช่นกันคำ ของ ประจักษ์พยานทั้งสองของโจทก์ จึงไม่อยู่กับร่อง กับรอยรับฟังเป็นความจริงไม่ไ
ฎีกาที่ 578/2499
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 578/2499หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักจักรยานสามล้อหรือรับไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้ายและนำความเท็จไปแจ้งแก่เจ้าพนักงานยานพาหนะว่าจำเลยซื้อมาจากร้านชนนิยมจำเลยต่อสู้ว่าซื้อมาโดยสุจริต เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าจำเลยได้ซื้อมาโดยไม่รู้ว่าเป็นของร้ายจำเลยก็ไม่มีความผิดฐานรับของโจรแต่เมื่อจำเลยนำรถไปจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานจำเลยนำความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานทะเบียนว่าซื้อมาจากร้านชนนิยม ซึ่งความจริงจำลยหาได้ซื้อมาจากที่ร้านนี้ไม่ เพียงเท่านี้จำเลยก็มีความผิดตาม ม.226 แล้วเพราะการกระทำของ
ฎีกาที่ 51/2498
คำให้การพยานในชั้นสอบสวนจะรับฟังดังคำพยานที่เบิกความต่อศาลไม่ได้ พยานบอกเล่ากฎหมายไม่รับฟังเป็นพยานหลักฐานถ้าหากพยานได้รับคำบอกเล่าจากประจักษ์พยานเองก็อาจรับฟังประกอบหรือไม่ประกอบคำประจักษ์พยานนั้นได้แล้วแต่เหตุผล การที่มีผู้อื่นมานั่งฟังการสอบสวนของเจ้าพนักงานสอบสวนโดยไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานกระทำผิดหน้าที่อย่างใด หาทำให้การสอบสวนเสียไปไม่
ฎีกาที่ 4/2486
จำเลยทำหนังสือคำแปลภาสาไทยสแดงข้อความเท็ดเพื่อประกอบฉบับภาสาอังกริต ไม่เปนผิดถานปลอมหนังสือ.โจทฟ้องว่าจำเลยปลอมแปลงหนังสือภาสาอังกริตของผู้จัดการธนาคารเดอแลงโดจีนซึ่งมีถึงจำเลยไห้เปนหนังสือมอบอำนาดไห้ขายที่ดินของบริสัทและจำเลยได้ทำคำแปลภาสาไทยปลอมประกอบฉบับภาสาอังกริตนั้นด้วยเจตนาจะไห้เปนไบมอบอำนาดขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของบริสัทเครดิตฟองซิเอร์ และจำเลยได้ไช้หนังสือนั้นต่อเจ้าพนักงานผู้มีหน้าทีทำการซื้อขายและโอนกัมสิทธิที่ดิน บอกไห้เจ้าพนักงานจดข้อความที่จำเลยรู้ว่าเปนเท็ดนั้นไนหนังสือสัญญาซื้