มาตรา 223
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 722/2545
ทรัพย์ที่เป็นอันตรายจากการวางเพลิงของจำเลยเป็นเพียงประตูบ้านซึ่งทำด้วยไม้มะค่าและต้นไม้ประดับ คิดเป็นเงินประมาณ 5,000 บาท ถือได้ว่าเป็นทรัพย์ที่มีราคาน้อย และขณะเกิดเหตุผู้เสียหายก็อยู่ในที่เกิดเหตุและสามารถดับไฟได้ทัน การกระทำของจำเลยจึงไม่น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น กรณีเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218(1) ประกอบด้วยมาตรา 223
ฎีกาที่ 8746/2543
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8746/2543หลักกฎหมาย: ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 218 (1) โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน เมื่อปรากฏว่า กระท่อมนาและทรัพย์สินที่ถูกเพลิงไหม้มีราคาเพียงเล็กน้อย ทั้งกระท่อมนาดังกล่าวปลูกอยู่กลางทุ่งนา รอบกระท่อมนาไม่มีบ้านเรือนบุคคลอื่นอยู่ และขณะเกิดเหตุกระท่อมนาไม่มีบุคคลอยู่อาศัย ย่อมไม่อาจเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่นได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 223 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนโดยไม่ได้แก้ไข จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายท
ฎีกาที่ 1106/2499
อัยการ
ฎีกาที่ 34/2491
การกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจจริตหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกับศาลชั้นต้น แต่แก้กำหนดโทษจาก 2 ปี เหลือ 1 ปี ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันว่าจำเลยไม่มีความผิดโจทก์จะฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ คนขายสุราของบริษัทเอาน้ำสุราไปขายที่อื่นแล้วทำบิลว่านำสุราส่งไปขายให้แก่ร้านค้าปลีกของบริษัท ถือว่าเป็นการทำหนังสือเท็จ ไม่เป็นความผิดฐานปลอมหนังสือคดีได้ความว่าจำเลยที่ ๑ เป็นหัวหน้าแผนกค้าสุราของบริษัทนนทบุรีจังหวัดพาณิชย์จำกัด มีหน้าที่ควบคุมดูแลและรับผิดชอบตรวจ
ฎีกาที่ 724/2489
เสมียนร้านเอกชนตรอกข้อความลงในแบบจำหน่ายสุราของกรมสรรพสามิตต์ ไม่ตรงความจริงเป็นผิดฐานปลอมหนังสือธรรมดาไม่ใช่ปลอมหนังสือราชการ เพราะไม่ใช่หนังสือที่ทางราชการทำขึ้นทั้งฉบับคดีได้ความว่า จำเลยบังอาจปลอมหนังสือเรียกว่าแบบ ๓ และแบบ ส.๒/๔๔ โดยจำเลยบังอาจเพิ่มเติมจำนวนสุราลงไป แสดงว่ารับจ่ายให้ร้านสาขาประจำตำบลรวม ๓ ตำบลซึ่งความจริงไม่มีจำนวนสุราดังกล่าว และร้านสาขาประจำตำบลได้รับสุราจากจำเลยไม่ ทั้งนี้โดยจำเลยเป็นเสมียนบริาัทส่งสุราให้ร้านสาขา มีหน้าที่ต้องลงบัญชีดังกล่าวแล้วให้ตรงกับความเป็นจริง ตาม