มาตรา 19
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 1087/2479
จำเลยต้องคำพิพากษาให้ปรับแต่ไม่ชำระค่าปรับศาลจึงออกหมายแจ้งโทษให้จำแทนไว้ ระหว่างนั้นปรากฎว่าจำเลยมีทรัพย์พอจะยึดขายเอาเงินใช้ค่าปรับได้ดังนี้ เมื่อโจทก์ร้องขอศาลมีอำนาจสั่งปล่อยจำเลยไปและจัดการยึดทรัพย์ของจำเลยขายทอดตลาดเอาเงินใช้ค่าปรับได้ การฎีกาในข้อกฎหมายนั้นไม่ต้องอ้างตัวบทกฎหมายสนับสนุนก็เป็นฎีกาที่รับไว้พิจารณาได้คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ปรับจำเลย ๓๒๐ บาท ฐานมีสุราเถื่อน ถ้าไม่ใช้ให้จำแทน ๘ เดือน คดีถึงที่สุด จำเลยไม่ใช้ค่าปรับศาลจึงออกหมายแดงแจ้งโทษให้จำแทนครั้นต่อม
ฎีกาที่ 119/2467
จำแทนราคาทรัพย์,ความรับผิดชอบของจำเลยที่ต้องคำพิพากษาเดิมศาลตัดสินลงโทษ ม.แล ป.ฐานฉ้อทรัพย์แลให้ช่วยกันใช้ทรัพย์ ๗๐๐ บาท ถ้าไม่มีใช้ให้จำแทน คดีถึงที่สุดจำเลยไม่ใช้เงิน โจทย์ยึดทรัพย์ของม.คนเดียว มีผู้ร้องขัดทรัพย์ โจทย์ต้องว่าความกับผู้ร้องขัดทรัพย์ถึง ๒ ปีเศษ ในที่สุดมีผู้นำเงินมาใช้แทน ม. ศาลจึงสั่งถอนการยึดทรัพย์ระหว่างคดียึดทรัพย์ ป.ต้องจำคุกครบกำหนดโทษอาญาแล้ว ยอมจำไถ่โทษอีก ๓๕๐ วัน ส่วนม. ต้องจำคุกแต่โทษอาญาอย่างเดียวยังไม่ต้องจำไถ่โทษแทนสินไหม เพราะโจทย์ยังยึดทรัพย์อยู่ เมื่อคดียึดทรัพย์
ฎีกาที่ 1323/2558
พ.ร.บ.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2522 ที่ใช้บังคับขณะฟ้อง มาตรา 4 และมาตรา 19 แสดงว่าอธิการบดีซึ่งเป็นผู้แทนของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโจทก์ ซึ่งเป็นนิติบุคคลย่อมมีอำนาจดำเนินกิจการทั่วไปแทนโจทก์ การฟ้องคดีเป็นสิทธิของบุคคลในกระบวนการยุติธรรม และความประสงค์ของนิติบุคคลแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลนั้น อธิการบดีผู้แทนของโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีในนามโจทก์ได้ โดยไม่จำต้องได้รับมอบอำนาจจากสภามหาวิทยาลัย จำเลยยอมรับว่าได้เช่าอาคารพาณิชย์พิพาทจากโจทก์ จึงไม่มีอำนาจต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจให้เช่าอีก และหากเป็
ฎีกาที่ 15564/2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ