ทนาย Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 168

ชุดหลัก
ผู้ใดขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน ซึ่งให้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1341/2509

พ.ศ. 2509

เมื่อมีผู้ไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าจำเลยบุกรุกที่ดิน จำเลยย่อมตกอยู่ในฐานะเป็นผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2 (2)แล้ว ซึ่งในชั้นสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 พนักงานสอบสวนจะบังคับให้ผู้ต้องหาให้ถ้อยคำใด ๆ ไม่ได้ และมาตรา 135 ก็บัญญัติห้ามมิให้พนักงานสอบสวนล่อลวงหรือขู่เข็ญผู้ต้องหาให้ให้การอีกด้วย จึงเห็นได้ว่า หมายเรียกของพนักงานสอบสวนที่ให้ผู้ต้องหามาเพื่อให้การ ไม่เข้าลักษณะเป็นคำบังคับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 168 กรณีผู้ต้องหาขัดขืนไม่มาให้ก

ฎีกาที่ 996/2485

พ.ศ. 2485

ฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตามกดหมายลักสนะอาญา ม.168 ถานเปนไจปล่อยไห้นักโทสหลบหนีไปจากเรือนจำ แต่ทางพิจารนาปรากตว่าจำเลยมิได้มีเจตนาปล่อยผู้ต้องคุมขังไห้หนีไป เปนแต่อนุญาตไห้นักโทสออกไปจากเรือนจำกรนีจึงไม่ข้าม.168 บันยายฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตาม ม.168 ถานเดียวย่อมไม่เปนการเพียงพอที่จะไห้สาลลงโทสจำเลยสถานอื่นได้โจทฟ้องว่าจำเลยเปนเจ้าพนักงานมีตำแหน่งหน้าที่เปนผู้ควบคุมนักโทสไนเรือนจำ จำเลยได้เปนไจปล่อยนักโทสรวม ๔ คนไห้หลบหนีไปจากเรือนจำ ขอไห้ลงโทส สาลชั้นต้นพิจารนาแล้วพิพากสาว่าจำเลยมีความผิดตามกดหมายลักสนะอ

ฎีกาที่ 55/2481

พ.ศ. 2481

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 55/2481หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปล่อยผู้ต้องหาที่ถูกคุมขังไปโดยเจตนา จำเลยให้การว่าผู้ต้องหาหนีไปโดยความพลั้งเผลอของจำเลย เมื่อทั้งสองฝ่ายไม่สืบพะยาน ศาลต้องตัดสินยกฟ้องโจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นนายสิบเวรได้ไขกุญแจเปิดห้องขังคนต้องหาเพื่อส่งอาหารแล้วไม่ปิดประตูลั่นกุญแจ โดยจำเลยเป็นใจช่วยเหลือให้ ม.ผู้ต้องฐานชิงทรัพย์หลบหนีไปได้ จำเลยให้การว่าจำเลยมิได้เป็นใจช่วยเหลือให้ ม.หนี เป็นเพราะความพลั้งเผลอของจำเลยเท่านั้น ทั้งสองฝ่ายไม่สืบพะยาน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให

ฎีกาที่ 762/2479

พ.ศ. 2479

เมื่อกำนันมอบตัวผู้ร้องหาให้ผู้ใหญ่บ้านนำส่งอำเภอ ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่ตาม พ.ร.บ.ปกครองท้องที่ที่จะต้องนำตัวผู้ต้องหานั้นส่งอำเภอ ผู้ใหญ่บ้านปล่อยตัวผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในความควบคุมของตนไปโดยทุจจริต ถึงแม้ว่าผู้นั้นจะไม่หนีและภายหลังเจ้าทรัพย์จะไม่เอาความก็ต้องมีความผิดได้ความว่ากำนันได้รับตัวผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร้ายลักโคจากเจ้าทรัพย์ แล้วมอบให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านนำส่งอำเภอ ในระหว่างทางจำเลยผู้นี้ได้พูดจาไกล่เกลี่ยอย่าให้เจ้าของโคเอาความ โดยคืนโคให้เจ้าของไป แล้วเรียกเอาเงิน ๔ บาทจากเจ้าของโ

ฎีกาที่ 444/2470

พ.ศ. 2470

ผิดฐานพยายามได้ความว่าจำเลยที่ ๑ คุมจำเลยที่ ๒ ซึ่งเปนนักโทษไปยังกรมพัสดุแล้วเปนใจปล่อยให้จำเลยที่ ๒ หนี แต่ขณะที่จำเลยที่ ๒ กำลังปีนรั้วจะหนีนั้น มีคนเห็นร้องเอะอะขึ้น จึงหนีไปไม่ได้ดังนี้ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลกรมบัญชาการกลางทหารเรือว่า กิริยาของจำเลยที่ ๒ เปนเพียงพยายาม ไม่ใช่หนีสำเร็จ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 444/2470อัยการทหารเรือกลางโจทก์พลทหารผิน กับพวกล. ป.อ. ม. 163, ม. 168, ม. 60 ประมวลกฎหมายอาญาทหาร ม. 50ผิดฐานพยายามได้ความว่าจำเลยที่ ๑ คุมจำเลยที่

ค้นต่อ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 168 · Thanoy