มาตรา 125
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 1093/2520
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1093/2520หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องว่าจำเลยปลอมหนังสือเดินทางของรัฐบาลโปรตุเกสอันเป็นเอกสารเกี่ยวกับส่วนได้เสียของรัฐในการระหว่างประเทศ โจทก์สืบพยานได้ 2 ปาก ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยกระทำต่อเอกสารของรัฐบาลโปรตุเกส ไม่ใช่ของรัฐบาลไทย ไม่เกี่ยวกับส่วนได้เสียของรัฐบาลไทยโดยตรง พิพากษายกฟ้องโจทก์ เอกสารตามฟ้องรัฐบาลไทยจะมีส่วนได้เสียในการระหว่างประเทศหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องนำสืบ เมื่อโจทก์ยังมิได้นำสืบข้อเท็จจริงดังกล่าวให้เสร็จสิ้น ศาลชั้นต้
ฎีกาที่ 465/2490
ฟ้องขอให้ลงโทษฐานเล่นการพะนันและให้สินบนเจ้าพนักงาน แม้ฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้เล่นการพะนันก็ลงโทษฐานให้สินบนเจ้าพนักงานได้
ฎีกาที่ 389/2488
พลตำรวจจะมีอำนาจจับกุมในเขตต์ท้องที่ใดบ้าง และเมื่อถูกใช้ไปรักษาการณ์ในที่แห่งหนึ่งแล้ว จะขาดจากอำนาจและหน้าที่ทางสถานีตำรวจเกี่ยวแก่การจับกุมหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องพิจารณาจากพะยานหลักฐาน
ฎีกาที่ 542/2487
ฟ้องโจทกล่าวว่า "จำเลยสมคบกันกะทำผิดกดหมาย คือจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 5 ซึ่งได้ถูกจำเลยไนคดีดำที่ 115/2486 ของสาลมนทลทหารบก (กะบี่) จับตัวหาว่าเล่นการพนันโปปั่น และจำเลยที่ 6 ได้ขอไห้สินบนรวมทั้งสิ้น เปนเงิน 94 บาท ฯลฯ" ดังนี้เปนฟ้องที่หาว่าจำเลยสมคบกันกะทำผิด.โจทฟ้องว่า "จำเลยไนคดีนี้บังอาดร่วมสมคบกันกะทำผิดกดหมายคือจำเลยที่ ๑ ถึงจำเลยที่ ๕ ซึ่งได้ถูกจำเลยไนคดีดำที่ ๑๑๓/๒๔๘๖ ของสาลมนทลทหารบกที่ ๖ (กะบี่) จับตัวหาว่าเล่นการพนันโปปั่น และจำเลยที่ + ได้ขอไห้สินบนรวมทั้งสิ้นเปนเงิน ๙๔ บาท ฯลฯ" จำเลย
ฎีกาที่ 857/2486
เงินที่จำเลยไห้เปนสินบนแก่เจ้าพนักงานเปนสิ่งของที่จำเลย ได้ไช้สำหรับกะทำความผิดสาลสั่งริบเงินนั้นได้ตาม ม. 27 ก.ม. อาญา.โจทฟ้องว่าจำเลยไห้สินบนแก่นายสิบตำหรวดตรีจำปา ๔๐ บาทโดยเจตนาจะจูงไจไห้ปล่อยตัวจำเลยซึ่งต้องหาว่าลอบลักเล่นการพนันและถูกจับตัวมา เจ้าพนักงานจึงได้ยึดเงินสินบนไว้เปนของกลาง จำเลยไห้การปติเสธ สาลชั้นต้นพิพากสาลงโทสจำเลยตาม ม. ๑๒๕ ก.ม. อาญา ริบเงินของกลาง จำเลยอุธรน์สาลอุธรน์พิพากสายืน แต่มีความเห็นแย้งว่า ริบเงินของกลางไม่ได้ จำเลยดีกา สาลดีกาเห็นว่าคดีมีประเด็นที่จะต้องวินิฉัยหยู