มาตรา 123
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 340/2491
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 340/2491หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยบุกรุกเคหสถานของผู้เสียหายแล้วทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหสถานนั้นทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและกระทำอนาจารแก่หญิงที่เคหสถานนั้นจริง แต่ปรากฏว่าเคหสถานนั้นเป็นของมารดาผู้เสียหาย และมารดาผู้เสียหายไม่ได้ไปร้องทุกข์ในข้อหาฐานบุกรุกดังนี้ แม้ศาลจะยกฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกโดยเหตุที่เจ้าของเคหสถานไม่ได้ร้องทุกข์ก็ดี ศาลก็ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายและทำอนาจารได้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้คว
ฎีกาที่ 313/2490
แสดงตนว่าเป็นคนสนิทชิด ชอบกับภรรยาผู้พิพากษาจะไปพูดกับภรรยาผู้พิพากษาให้พูดกับกับผู้พิพากษาตัดสินความให้เป็นความชนะคดีดังนี้ ไม่เป็นการแสดงตนเป็นคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานตาม ม.123 เป็นแต่แสดงว่าสนิทชิดชอบกับภรรยาเจ้าพนักงานเท่านั้นได้ความว่าจำเลยพูดกับนางอินว่าจำเลยรู้จักสนิทชิดชอบกับภรรยาหัวหน้าศาล จะไปพูดจาวิงวอนภริยาหัวหน้าศาลเพื่อพูดกับหัวหน้าศาลให้ตัดสินความให้นางอินชนะ และว่าจำเลยได้ไปพูดกับภรรยาหัวหน้าศาล และบอกว่านางอินจะให้เงิน ๒๐๐ บาท นางอินหลงเชื่อให้เงินจำเลยไป ๑๐๐ บาท โจทก์ขอให้ลงโ
ฎีกาที่ 95/2487
การสแดงความอาคาตมาดร้ายตามมาตรา 30 จะต้องเปนเรื่องสแดงอาคาตจะก่อการร้ายอันเปนผิดทางอาญา กำนันทำรายงานเรื่องผู้ต้องหา+ นอพนักงานสอบสวนระบุชื่อผู้ต้องหา เมื่อเสนอไปแล้วพายหลังแก้ชื่อผู้ต้องหา ถ้าหากแก้เพื่อไห้เข้าใจว่า + รายงานไว้แต่เดิมก็อาดมีผิดถานปลอมหนังสือ การแจ้งต่อเจ้าพนักงานเปนเหตุไห้ + ถูกจับกุมจะเปนผิดตามมาตา 270 หรือไม่น้น ถ้าเปนการนีที่เจ้าพนักงานจะต้องรีบจับทันทีไม่มีเวลาสืบสวนหรือสอบสวน ผู้แจ้งก็ไม่มีความผิด สแดงคนสนิชชิดชอบกับเจ้าพนักงานแล้วเรียกเงินจากเขาเพื่อช่วยให้เขาพ้นอาญา แล้ว
ฎีกาที่ 592/2486
โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยตาม ม. 123 และ 304. จำเลยไห้การปติเสธ เช่นนี้ย่อมต้องหมายถึงว่าจำเลยปติเสธคำกล่าวไนฟ้องซึ่งสแดงอำนาดฟ้องไนเรื่องไม่ไห้ร้องทุขด้วย.คดีนี้โจทฟ้องจอไห้ลงโทสจำเลย ถานสแดงตนเปนคนสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานและฉ้อโกงตามกดหมายลักสนะอาญามาตรา ๑๒๓,๓๐๔. คดีที่เปนความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายได้ร้องทุกแล้ว จำเลยไห้การปติเสธข้อหาต่อสู้ว่าการที่ผู้เสียหายมาร้องเรียนกล่าวโทสก็เพราะโกรธเคืองว่าจำเลยนำจับไนเรื่องสุราเถื่อน สาลชั้นต้นและสาลอุธรน์ พิจารนาแล้วพิพากสายกฟ้องโจท โจทดีกาว่า จำเลยไม่ได
ฎีกาที่ 770/2485
เรียกเอาเงินจากผู้เสียหายว่าจะไปให้ตำรวจเพื่อช่วยระงับเรื่องให้ผู้ต้องหาในคดีหนึ่ง แต่แล้วไม่ช่วยเหลืออย่างไร เป็นเรื่องจะนำสินบนไปให้เจ้าพนักงาน ไม่ใช่เรื่องแสดงตนว่าสนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานไม่เข้า ม.123, หลอกลวงเอาเงินจากเขาโดยอ้างว่า จะเอาไปให้เจ้าพนักงานในการช่วยเหลือผู้ถูกจับกุมเป็นผิดฐานฉ้อโกง,ผู้เสียหายเล่าเรื่องที่ถูกหลอกลวงให้นายร้อยตำรวจผู้หนึ่งฟังจนถึงมีการสอบสวนความผิดกันขึ้นเรียกว่ามีการร้องทุกตามกฎหมายแล้ว, ในเรื่องฉ้อโกงซึ่งเจ้าทุกมอบเงินให้จำเลยไปเพื่อเอาไปให้สินบนแก่เจ้าพนักงานน