ทนาย Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายอาญาทหาร พุทธศักราช 2469

มาตรา 12

ยังไม่ยืนยันสถานะ
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
ประมวลกฎหมายอาญาทหาร พุทธศักราช 2469 มาตรา 12 เมื่อศาลทหารพิพากษาเด็ดขาดให้ลงโทษแก่ทหารคนใด ท่านว่าให้ผู้ซึ่งบังคับบัญชาทหารผู้มีอำนาจสั่งให้ลงโทษตามคำพิพากษานั้นวินิจฉัยตามเหตุการณ์ ถ้าเห็นสมควรจะสั่งให้อ่านคำพิพากษาให้จำเลยฟังต่อหน้าประชุมทหารหมู่หนึ่งหมู่ใดตามที่เห็นสมควรก็ได้ [คำว่า "ผู้ซึ่งบังคับบัญชาทหาร" แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๓ ] [คำว่า"ศาลทหาร" แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๗แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาทหาร (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๐๗ ]

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 11570/2553

พ.ศ. 2553

พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา

ฎีกาที่ 292/2484

พ.ศ. 2484

นายทหารผู้มีหน้าที่เบิกจ่ายเงิน ได้รับเงินมาเพื่อจ่ายแก่ผู้ขายของให้แก่ทหาร ได้จ่ายเงินให้ผู้ขายขาดไป แล้วยักยอกเงินสวนที่ขาดนั้นเสีย ถือว่าเป้นการละเลยหรือฝ่าฝืนข้อบังคับทหารว่าด้วยการเก็บเงิยของหลวง เป็นผิดตามประมวลอาญาทหารมาตรา 32(2)ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ เป็นนายทหารสังกัดกรมพลาธิการทหารบก มีหน้าที่จัดซื้อหรือทำ รับเงินและจ่ายเงอนของหลวงจำเลยได้จ่ายเงินค่าซื้อโคแลสุกรให้ผู้ขายแต่จ่ายขาดไป ๑๐๐ บาท แล้วจำเลยยักยอกเงินรายนี้ไป ศาลทหารกรุงเทพ ฯ พิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๑๓๒ และเป็นผิ

ค้นต่อ