มาตรา 82
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 4939/2549
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4939/2549หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งมีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรเป็นตัวแทนขายเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีภูมิลำเนาในต่างประเทศผิดสัญญาไม่ส่งมอบสินค้าให้แก่โจทก์ตามสัญญาซื้อขาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินคืนแก่โจทก์ เป็นกรณีที่โจทก์กล่าวอ้างว่า จำเลยที่ 2 ประกอบกิจการในราชอาณาจักรโดยจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทน การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 2 ย่อมกระทำได้โดยส่ง ณ สถานที่ที่จำเลยที่ 2 หรือจำเลยที่ 1 ตัวแทนใช้ประกอบกิจการหรือสถานที่อันเป็นถิ่นที่อยู
ฎีกาที่ 3007/2525
การขอระบุพยานเพิ่มเติมหลังจากที่คู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่นำสืบก่อนสืบไปหมดแล้วต้องมีเหตุผลแสดงว่าไม่สามารถทราบได้ว่า ตนจะต้องนำพยานหลักฐานบางอย่างมาสืบเพื่อประโยชน์ของตน หรือไม่ทราบว่าพยานหลักฐานบางอย่างได้มีอยู่ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคสาม เมื่อคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยมิได้แสดงเหตุตามกฎหมายดังกล่าว ศาลไม่อนุญาตให้ระบะพยานเพิ่มเติมชอบแล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 102 เป็นเพียงบทบัญญัติที่กำหนดวิธีการส่งประเด็นไปสืบพยานที่ศาลอื่นในเมื่อศา
ฎีกาที่ 1813/2500
(คดีนี้สืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว แต่ระหว่างสืบพยานจำเลย โจทก์ยื่นคำร้องขออ้างเอกสาร บ.ท.4 เพิ่มเติมเพื่อหักล้างคำพยานจำเลยที่เบิกความเกี่ยวกับความกว้างยาวของที่พิพาทเอกสาร บ.ท. 4 นี้โจทก์อ้างว่าพยานจำเลยปากนี้ได้เป็นผู้ทำขึ้น และว่าพยานจำเลยปากนี้เบิกความชั้นศาลไม่ตรงกับข้อความในเอกสาร ศาลไม่ควรรับฟังคำพยานจำเลยปากนี้ ควรฟังตามพยานเอกสารที่โจทก์อ้าง เพื่อความเที่ยงธรรมศาลสั่งอนุญาตให้โจทก์อ้างเพิ่มเติมพยานเอกสารดังกล่าวได้) ดังนี้เมื่อปรากฎว่าเอกสารฉบับนี้ไม่มีพยานบุคคลสืบประกอบ ไม่แน่ว่าจะเป็นเอกสา
ฎีกาที่ 2009/2492
ในวันพิจารณาครั้งแรกปรากฎว่าทนายจำเลยได้ยื่นบัญชีพะยานเพิ่มเติมครั้งที่ 1 ไว้ต่อศาล แต่ในสำนวนไม่ปรากฎว่า จำเลยได้ยื่นบัญชีระบุพะยานไว้ก่อน วันนัดสืบพะยาน 3 วัน ทนายจำเลยแถลงยืนยันว่าได้ยื่นบัญชีระบุพะยานไว้แล้ว พนักงานศาลอาจกลัดสำนวนผิดได้ ดังนี้ศาลควรไต่สวนรเื่องระบุพะยานจำเลยก่อนดำเนินการพิจารณาพิพากษาต่อไป จะตัดพะยานจำเลยเสียทีเดียวไม่ได้.