มาตรา 78
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 2700/2541
ถ้าการส่งคำคู่ความหรือเอกสารหากไม่สามารถจะทำได้ดั่งที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 78 ศาลอาจสั่งให้ส่งโดยวิธีอื่นแทนได้ กล่าวคือปิดคำคู่ความหรือเอกสารไว้ในที่แลเห็นได้ง่าย ณ ภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของคู่ความตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 79 วรรคหนึ่ง ดังนั้นเมื่อปรากฏว่าการส่งคำคู่ความหรือเอกสารไม่สามารถจะทำได้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 78 ศาลจะต้องสั่งให้เป็นกิจจะลักษณะเสียก่อนว่าให้ส่งโดยวิธีปิดคำคู่ความหรือเอกสารได้ เมื่อไม่ปรากฏว่า การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่สามารถจะ
ฎีกาที่ 2661/2523
ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เจ้าพนักงานศาลได้นำหมายนัดไปส่งให้นายประกัน แต่นายประกันไม่ยอมรับหมาย อ้างว่าไม่เคยประกันตัวนายทองมีจำเลยในคดีนี้ (ตามหมายนัดปรากฏว่ามีแต่ชื่อนายทองมีจำเลยไม่มีชื่อนายวุฒิจำเลยที่ 2) เจ้าพนักงานศาลจึงนำหมายนัดกลับคืนมา ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งหมายนัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 78 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อยังถือไม่ได้ว่าเป็นการส่งหมายนัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ย่อมถือไม่ได้ว่านายประกันได้ทราบหมายนัดวันฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ฎีกาที่ 345/2520
เจ้าพนักงานศาลไปส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย จำเลยไม่ยอมรับ เจ้าพนักงานศาลจึงวางหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไว้ต่อหน้าจำเลยโดยมิได้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ที่มีอำนาจหรือเจ้าพนักงานตำรวจไปด้วยเพื่อเป็นพยานไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 78 และการที่เจ้าพนักงานศาลส่งหมายแจ้งวันนับสืบพยานโจทก์ให้จำเลยทราบโดยวิธีปิดหมาย โดยศาลมิได้สั่งให้ส่งโดยวิธีนี้ ไม่ชอบด้วยมาตรา 79 จึงต้องถือว่าศาลยังมิได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลย กระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่นั้นมาจึงเป็นการ
ฎีกาที่ 2569/2519
การที่พนักงานเดินหมายนำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งที่บ้านอันเคยเป็นภูมิลำเนาเดิมของจำเลย โดยที่บ้านนั้นปิดใส่กุญแจไม่มีคนอยู่ มา 2-3 ปีแล้ว เพราะถูกเทศบาลขับไล่ กำลังจะรื้อและในที่สุดก็ได้รื้อไป บ้านดังกล่าวจึงมิใช่ภูมิลำเนาของจำเลย การปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องที่บ้านหลังนั้นจึงเป็นการมิชอบ และมีเหตุให้น่าเชื่อว่าจำเลยไม่ทราบว่า จำเลยถูกฟ้อง กรณีเช่นนี้เป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ การ ปิดประกาศหนังสือพิมพ์แทนการส่งหมายนัดพิจารณาก็ดี การปิดประกาศที่ศาลแทนการส่งคำบังคับก็ดี ไม่มีผลใช้ได้
ฎีกาที่ 1614/2506
พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2497 มาตรา 10มิได้ตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่า เมื่อปรากฏว่าผู้ใดมีสิ่งซึ่งต้องห้าม หรือสิ่งมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นสิ่งกำกัดหรือเป็นสิ่งลักลอบหนีศุลกากรไว้ในครอบครอง ก็ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้นั้นได้นำสิ่งนั้นเข้ามาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือนำเข้ามาโดยการลักลอบหนีศุลกากร หากแต่ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นความจริงตามข้อเท็จจริงที่จดแจ้งไว้ในบันทึกของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้พบเห็นข้อนี้เป็นข้อสันนิษฐานข้อแรก ส่วนข้อสันนิษฐานว่าผู้มีสิ่งนั้นไว้ในความครอบครองเป็นผู้นำสิ่งนั