มาตรา 270
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 269/2508
ผู้ที่มีอำนาจร้องขอให้บังคับคดีได้ คือ คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคือ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจเป็นโจทก์หรือจำเลย หรืออาจเป็นบุคคลภายนอกซึ่งร้องสอดเข้ามาในคดีก็ได้ ฉะนั้น ผู้ที่เป็นแต่เพียงผู้รับประโยชน์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น จึงหาใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาที่จะมีสิทธิบังคับคดีไม่คดีนี้ เป็นเรื่องชั้นบังคับคดี คือ โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน และศาลได้พิพากษาตามยอม โดยคู่ความยอมรับว่าทรัพย์สินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน และตกลงจัดการผลประโยชน์โดยแบ่งค่
ฎีกาที่ 605/2485
คดีเดิมศาลพิพากษาว่าให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินค่าเช่าตามฟ้อง ถ้าไม่สามารถจะใช้ก็ให้จำเลยที่ 2 ใช้แทน แต่โจทก์ยังมิได้บังคับจำเลยที่ 1 จึงให้งดการบังคับจำเลยที่ 2 ดังนี้เป็นการชั่วคราว เมื่อปรากฏว่าโจทก์ได้บังคับผู้รับมรดกจำเลยที่ 1 แล้ว แต่กองมรดกไม่มีทรัพย์จะชำระหนี้ได้ ก็บังคับจำเลยที่ 2 ได้ เพราะชั้นนี้เป็นความรับผิดฐานเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา ไม่ใช่ฐานเป็นผู้ค้ำประกันคดีเดิมศาลพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเช่าที่ค้าง ถ้าไม่สามารถจะใช้ให้จำเลยที่ ๒ ใช้แทน โจทก์มิได้จัดการตามคำพิพากษาอย่างใด ต่อมาได้ข
ฎีกาที่ 567/2482
ความว่า โจทก์ที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
ฎีกาที่ 117/2481
โจทก์จำเลยทำสัญญาปราณีประนอมกันในศาล โดยโจทก์ยอมยกที่ดินและห้องแถวให้จำเลย ฝ่ายจำเลยยอมแบ่งค่าเช่าห้องแถวให้โจทก์ เมื่อโจทก์ไปทำสัญญากรมธรรม์ที่อำเภอยกที่ดินและห้องแถวให้จำเลยแล้ว จำเลยจะปฏิเสธไม่ยอมแบ่งค่าเช่าให้ตามสัญญาย่อมมิได้ เมื่อไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้สละสิทธิเรื่องค่าเช่านี้เดิมโจทก์จำเลยทำสัญญาปราณีประนอมยอมความกัน โดยโจทก์ยอมยกห้องแถว ๕ ห้องและตึกแถวอีก ๔ ห้องพร้อมทั้งที่ดินให้เป็นสิทธิแก่จำเลย ฝ่ายจำเลยยอมแบ่งค่าเช่าห้องแถวและตึกรายนี้ให้โจทก์ไปจนตลอดชีวิต ศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จไปตามยอม