มาตรา 241
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 8788/2550
จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทกองทุนสำรองเลี้ยงชีพซึ่งได้จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ จำเลยที่ 2 และมีบริษัทหลักทรัพย์ บ. เป็นผู้บริหารกองทุน จำเลยที่ 1 จ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง โจทก์จ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนจำเลยที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2540 ถึงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2546 เป็นจำนวนเงิน 33,858.84 บาท มีระเบียบของจำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 จะต้องจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์เมื่อออ
ฎีกาที่ 334/2511
การที่ศาลอุทธรณ์สั่งงดการแถลงการณ์ด้วยวาจานั้น เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์มีอำนาจกระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 241 ประกอบกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15
ฎีกาที่ 1059/2494
โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วขอแถลงการณ์ด้วยวาจาด้วย ศาลอุทธรณ์ได้ออกหมายนัดแถลงการณ์ส่งให้โจทก์ แต่ปรากฎว่าทนายโจทก์เพื่งได้รับหมายนัดแถลงการณ์นั้น เป็นเวลาภายหลังกำหนดนัดไป 2 ชั่วโมงเศษ จึงไม่สามารถมาแถลงการณ์ตามกำหนดเวลาของศาลได้แต่ก็มิได้จัดการแถลงให้ศาลทราบหรือร้องขอแถลงการณ์อีกแต่ประการใด จนล่วงเลยมาถึง 12 วัน ศาลอุทธรณ์จึงตัดสินคดีไป ดังนี้ ยังไม่มีเหตุที่จะถือว่า ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีไป โดยไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาคดีนี้
ฎีกาที่ 268/2493
การที่มีผู้ไปประกาศขอรับมรดกของเจ้ามรดกนั้นไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิของเจ้าหนี้กองมรดกเพราะแม้จะไปรับมรดกได้ ก็ต้องเอามาใช้หนี้เจ้าหนี้กองมรดกและเมื่อในฟ้องไม่ปรากฏว่า ผู้ที่อ้างว่าเป็นทายาทไปประกาศขอรับมรดกนั้น ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้วโจทก์จึงยังไม่มีมูลมาฟ้อง
ฎีกาที่ 1091/2482
ศาลอุทธรณ์จะไม่ฟังคำแถลงตามที่คู่ความร้องขอก็ได้ ค่าเสียหายกับเบี้ยปรับมีนัยเป็นคนละอย่างต่างกัน เรื่องเรียกค่าเสียหายเป็นสิทธิโดยบังคับของกฎหมายเกิดขึ้นเอง เรื่องเบี้ยปรับเกิดขึ้นได้แก่โดยตกลงกำหนดกันไว้ เรื่องเบี้ยปรับตามสัญญานั้นถ้อยคำในสัญญาจะเรียกชื่อว่าเป็นค่าอะไรไม่สำคัญข้อสำคัญอยู่ที่ความมุ่งหมายอันแท้จริงของคู่สัญญาซึ่งปรากฎในสัญญานั้น ข้อสัญญาที่ว่าจะใช้ค่าเสียหายให้วันละ 5 บาทนั้นพอถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาให้เบี้ยปรับวันละ 5 บาท เมื่อศาลล่างให้เบี้ยปรับมาแรงเกินไป ศาลฎีกามีอำนาจลดเบี้ยปร