มาตรา 20
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 45/2550
ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจดแจ้งรายงานไว้ด้านหลังคำพิพากษาว่า "นัดฟังคำพิพากษาฎีกาวันนี้
ฎีกาที่ 5012/2538
ผู้คัดค้านได้ร่วมประกอบธุรกิจการค้ากับผู้ตายทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการดังกล่าวจึงเป็นของผู้ตายและผู้คัดค้านร่วมกันเมื่อกิจการนั้นยังคงดำเนินอยู่ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา1713วรรคแรกมีสิทธิร้องคัดค้านการที่
ฎีกาที่ 2802/2525
โจทก์จำเลยแถลงรับกันว่าที่พิพาทได้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ออกโฉนดเป็นส่วนสัดแล้วจำเลยไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยเป็นผู้อาศัยอยู่ในที่พิพาท ประสงค์จะขอทำกินต่อไปอีก 5 ปี โจทก์ไม่ยินยอม คำแถลงของโจทก์จำเลยตามที่ศาลชั้นต้นจดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าว มิใช่เป็นการแถลงข้อเท็จจริงเพื่อประโยชน์ที่จะทำการเปรียบเทียบให้คู่ความได้ตกลงหรือประนีประนอมยอมความกันในข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 20 เท่านั้น แต่เป็นการแถลงรับข้อเท็จจริงบางประการอันเป็นประเด็นข้อพิพาทเมื่อศาลเห็นว่าข้อเท็จ
ฎีกาที่ 248/2524
การที่จำเลยในฐานะผู้พิพากษาผู้พิจารณาคดีได้ให้คำแนะนำแก่ทนายโจทก์ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 156/2523 ในระหว่างไกล่เกลี่ยให้คู่ความประนีประนอมยอมความกันว่าหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีซึ่งจำเลยในคดีดังกล่าวยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ว่าปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วน จะแก้ไขโดยขอนำไปให้สรรพากรปรับก็ใช้ได้นั้น เป็นการกล่าวถึงบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรและวิธีปฎิบัติในการเสียภาษีอากร และประสงค์ให้โจทก์เข้าใจด้วย เพื่อจะได้ลดข้อโต้เถียงในข้อนี้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเพื่อให้เ
ฎีกาที่ 332/2479
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 332/2479หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องผู้กู้แลผู้ค้ำประกัน ผู้กู้ขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ค้ำประกันมาทำยอมความต่อศาล ๆ ได้พิพากษาให้เป็นไปตามยอมแล้ว และจัดการยึดทรัพย์ผู้ค้ำประกันได้ไม่พอดังนี้ โจทก์มาฟ้องเรียกเงินที่ขาดจากผู้กู้ได้อีก ไม่นับว่าผู้กู้ได้หลุดพ้นความรับผิด และไม่นับว่าเป็นคดีเสร็จเด็ดขาดแล้วโจทก์ยื่นฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยในจำนวนที่ค้างชำระ ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์จริง โจทก์ได้ฟ้องจำเลยนี้กับผู้ค้ำประกันเป็นจำเลยร่วมกันมาครั้ง 1 แล้วแต่ในคดีนั้น จำเลยขาดนั