ทนอย.Thanoy · iApp
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 110

ชุดหลัก
ถ้าพยานคนใดที่คู่ความได้บอกกล่าวความจำนงจะอ้างอิงคำเบิกความของพยานโดยชอบแล้ว ไม่ไปศาลในวันกำหนดนัดสืบพยานนั้น ศาลชอบที่จะดำเนินการพิจารณาต่อไป และชี้ขาดตัดสินคดีโดยไม่ต้องสืบพยานเช่นว่านั้นได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตราต่อไปนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 1322/2515

พ.ศ. 2515

ศาลสืบพยานโจทก์ไปแล้วบางส่วน แล้วเลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ที่เหลือพร้อมกับพยานจำเลย โดยนัดสืบไว้สามวันจำเลยได้ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกพยานเอกสารจากบุคคลภายนอกให้นำส่งศาลในวันที่สาม และขอให้ศาลหมายเรียกพยานบุคคลของจำเลยมาศาลในวันเดียวกันนั้นซึ่งศาลได้ออกหมายเรียกให้แล้ว ถึงวันนัดสืบพยานวันแรกจำเลยไม่มาศาล ศาลอาจดำเนินการสืบพยานไปได้โดยจำเลยเสียสิทธิในการซักค้านพยานโจทก์เอง แม้โจทก์จะแถลงไม่ติดใจสืบพยานในวันแรกนั้นก็จะถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบหาได้ไม่ เพราะศาลได้สั่งนัดไว้อีกถึงสองวันและยังไม่ถึง

ฎีกาที่ 859/2511

พ.ศ. 2511

วันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์ครั้งแรก ทนายโจทก์มอบฉันทะให้เสมียนมายื่นคำร้องขอเลื่อนการนั่งพิจารณา โดยไม่มีพยานมาศาล จำเลยคัดค้านว่า โจทก์ขอเลื่อนเพื่อประวิงคดี แต่ไม่ได้คัดค้านว่าทนายโจทก์ไม่ป่วยเจ็บจริง แม้ทนายโจทก์จะส่งใบรับรองแพทย์ภายหลัง ก็ถือไม่ได้ว่าทนายโจทก์ไม่ป่วยเจ็บจริง ความเจ็บป่วยของทนายความถือเป็นกรณีที่มีความจำเป็นอันไม่อาจก้าวล่วงเสียได้ ศาลต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 40 โดยสั่งเลื่อนคดีต่อไปได้อีกครั้งเดียวเท่านั้น มีกำหนดไม่เกินหนึ่งเดือน

ฎีกาที่ 570/2508

พ.ศ. 2508

ศาลนัดสืบพยานจำเลยครั้งแรกวันที่ 28 สิงหาคม 2504 จำเลยขอเลื่อน 11 ครั้งอ้างเหตุทนายป่วยบ้าง ตัวจำเลยป่วยบ้าง ตัวจำเลยไปต่างจังหวัดบ้าง จนถึงนัดสุดท้ายวันที่ 14 มกราคม 2506 ทนายจำเลยแถลงลอย ๆ ว่า จำเลยป่วยอยู่ต่างจังหวัด พยานอื่นก็ไม่ได้นำมาขอเลื่อนคดีอีก เช่นนี้ ส่อให้เห็นว่าเป็นการประวิงคดีศาลสั่งงดสืบพยานจำเลยได้เมื่อ

ฎีกาที่ 290/2508

พ.ศ. 2508

ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการพิจารณาคดีมาโดยลำดับ โดยได้สืบพยานโจทก์แล้วสืบพยานจำเลยโดยสืบตัวจำเลยซึ่งมาศาลในวันนัดสืบพยานจำเลยนัดที่สอง แล้วจำเลยแถลงว่าไม่มีพยานมาศาลอีก ศาลชั้นต้นจึงได้งดสืบพยานอื่นของจำเลย เพราะจำเลยได้แถลงไว้ในนัดก่อนว่าพยานจำเลยคนใดไม่มาก็ไม่ติดใจสืบ ทั้งพฤติการณ์ที่จำเลยปฏิบัติในคดีแต่ต้นมาส่อไปในทางประวิงคดี ถือว่าเป็นการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นชอบด้วยกระบวนพิจารณาแล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านข้อเท็จจริงที่

ฎีกาที่ 1075/2504

พ.ศ. 2504

จำเลยเป็นฝ่ายนำสืบก่อน เมื่อสืบพยานจำเลยบางคนแล้ว ศาลเลื่อนไปสืบพยานจำเลยต่อ ครั้งถึงวันนัด คู่ความขอเลื่อนคดี ศาลให้เลื่อนไปสืบพยาน 2 วัน ติดต่อกัน แต่จดรายงานพิจารณาไขว้เขวไปว่า "ให้เลื่อนไปสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 19-17 เดือนหน้าเวลา 9.30 น. ตามที่ตกลงกัน" ดังนี้ ต้องหมายความว่า ให้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยก่อนแล้วจึงสืบพยานโจทก์ต่อไป ในกรณีเช่นนี้ เมื่อถึงวันนัดสืบในวันที่ 16 จำเลยและโจทก์ไม่มาศาล โดยพยานจำเลยที่ขอหมายเรียกไว้มีถึง 4 คน จะถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบด้วยไม่ได้ หรือสมมติว่าในวันท

ค้นต่อ