มาตรา 106
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 584/2538
จำเลยที่3อ้างตนเองเป็นพยานจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกหมายเรียกตนเองมาเป็นพยานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา106แม้ตามคำขอให้ศาลออกหมายเรียกจะระบุว่าจำเลยที่1เป็นผู้ขอแต่เพียงผู้เดียวแต่คำขอก็ระบุรวมๆกันว่าขอให้หมายเรียกพยานจำเลยซึ่งทนายจำเลยที่3เป็นผู้ลงชื่อในคำร้องและจำเลยที่3ก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาจำเลยที่1การที่จำเลยที่3มาศาลจึงไม่ใช่พยานซึ่งมาศาลตามหมายเรียกศาลไม่มีอำนาจกำหนดให้จำเลยที่3ได้รับค่าป่วยการและค่าพาหนะตามตาราง4ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งค่าป่วยการและค่าพาหนะที่ศาล
ฎีกาที่ 467/2486
ไนวันนัดพิจารนาซึ่งสาลกำหนดไห้จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อน จำเลยไม่มาสาลคงมีแต่ทนายจำเลยสาลตามกำหนดนัด +มีเช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยขาดนัดพิจารนา และจะถือว่าจำเลยละเลยไม่นำพยานมาสืบไม่ได้.คดีนี้สาลดีกาพิพากสายกคำพิพากสา สาลชั้นต้น ไห้สาลชั้นต้นดำเนินการพิจารนาต่อไป แล้วพิพากสาไหม่ตามรูปคดี เมื่อคู่ความได้ฟังคำพิพากสาสาลดีกาแล้ว สาลชั้นต้นได้มีหมายนัดพิจารนาโดยไห้จำเลยนำสืบก่อนถึงวันนัดทนายจำเลยมาสาลแถลงว่า ไม่ได้เตรียมพยานมาตั้งตัวจำเลยก็มิได้มา ทนายรับว่าได้เซ็น+ไว้ไนบัญชีนัดจึง แต่เข้าไจว่านัดชี้ส
ฎีกาที่ 656/2485
ในคดีอาญา การที่ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ขอเลื่อนคดีไปเพราะยังส่งหมายให้พยานไม่ได้นั้น ถ้าศาลเห็นว่าโจทก์ไม่สามารถจะส่งหมายเรียกหรือตามตัวพยานมาได้และไม่ทราบว่าพยานอพยพไปอยู่แห่งใด ไม่มีกำหนดจะกลับเมื่อใด โจทก์ขอเลื่อนคดีไปโดยไม่มีกำหนดและไม่มีเหตุผลอันควรดังนี้ศาลไม่ยอมให้เลื่อนได้