มาตรา 45
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 8516/2561
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 45 บัญญัติว่า "คดีเรื่องใดถึงแม้ว่าได้ฟ้องในทางอาญาแล้ว ก็ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะฟ้องในทางแพ่งอีก" แม้มาตรา 46 บัญญัติว่า "ในการพิพากษาคดีส่วนแพ่ง ศาลจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา" อย่างไรก็ดี หากผลคดีอาญายังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นประการใด ศาลในคดีส่วนแพ่งย่อมมีดุลพินิจดำเนินการะบวนพิจารณาและพิพากษาไปได้ตามพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนโดยไม่ต้องรอคำพิพากษาคดีส่วนอาญา การใช้ดุลพินิจดังกล่าวไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรร
ฎีกาที่ 2213/2529
ความผิดตามมาตรา45แห่งพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าพุทธศักราช2474ทางราชการมุ่งหมายจะควบคุมเครื่องหมายการค้าจึงได้มีบทบัญญัติมาตรานี้ไว้เพื่อลงโทษผู้ฝ่าฝืนโดยเฉพาะและเป็นความผิดต่อรัฐโจทก์ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าจึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้องในความผิดดังกล่าวต่อศาล เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของโจทก์เป็นรูปกระเป๋ากางเกงด้านหลังตรงกลางมีรอยด้ายเย็บเป็นรูปโค้งคู่สองชั้นซึ่งปลายของส่วนโค้งชนกันส่วนปลายของรูปโค้งคู่ทั้งสองข้างจดที่รอยด้ายซึ่งเย็บกระเป๋าหลังกับกางเกง2เส้นคู่กันแต่จดเฉพาะร
ฎีกาที่ 2813/2528
คดีส่วนอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับคดีส่วนแพ่งนี้ศาลทหารกรุงเทพวินิจฉัยว่า การที่รถจำเลยชนรถโจทก์ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าเกิดจากการที่จำเลยขับรถ ฝ่าไฟแดงตามฟ้อง เหตุอาจเกิดจากความประมาทของจำเลยประการอื่น เช่นขับด้วย ความเร็วสูง แต่เมื่อมิได้ปรากฏลักษณะความประมาทดังกล่าวในฟ้องโจทก์ศาลทหารกรุงเทพจึงไม่มีหน้าที่วินิจฉัย พิพากษายกฟ้องสำหรับ คดีส่วนแพ่งที่
ฎีกาที่ 911/2520
โจทก์เป็นเพียงผู้แทนให้จำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า บี.เอ็ม.ดับบลิว ของบริษัท ม. โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นโจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะใช้สิทธิฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องจากความผิดทางอาญาดังนั้นโจทก์จะอาศัยสิทธิตามกำหนดอายุความตามมาตรา 168 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 51 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (คืออายุความ 10 ปี) มาเป็นกำหนดอายุความไม่ได้
ฎีกาที่ 2302/2518
ข้อที่ว่าผู้เสียหายมีส่วนรวมในการประมาทด้วยหรือไม่ แม้จำเลยจะมิได้ต่อสู้ไว้ในคดีอาญา ก็ไม่ตัดสิทธิจำเลยที่จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ในคดีแพ่ง ผู้เยาว์ถูกจำเลยขับรถชนได้รับอันตราย มารดาดำเนินคดีแทนผู้เยาว์โดยฟ้องเรียกค่าเสียหาย มิได้ฟ้องในนามของมารดาเองเป็นการส่วนตัว เท่ากับผู้เยาว์เป็น