มาตรา 42
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 2298/2551
โจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีอาญาในความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 โดยวินิจฉัยว่าพยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังว่าจำเลยที่ 2 กระทำโดยรู้หรือสมคบกับจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิด และคดีส่วนอาญาของจำเลยที่ 2 ถึงที่สุดแล้ว การที่
ฎีกาที่ 5106/2538
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5106/2538หลักกฎหมาย: ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน2ปีและให้รอการลงโทษจำคุกไว้ศาลอุทธรณ์ภาค2พิพากษาแก้เป็นว่าไม่รอการลงโทษจำคุกเป็นการแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา219 ไม่มีกฎหมายบังคับให้ศาลพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งก่อนแล้วจึงพิจารณาพิพากษาคดีอาญาการที่ศาลมีคำพิพากษาคดีอาญาก่อนโดยไม่ฟังผลในคดีแพ่งจึงเป็นการชอบโจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365จำเลย ให้การ ปฏิเสธระหว่าง พิจาร
ฎีกาที่ 1322/2511
คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลมีอำนาจที่จะแยกการพิจารณาคดีอาญาออกจากคดีแพ่ง และพิพากษาคดีอาญาไปทีเดียว ส่วนคดีแพ่งจะพิพากษาในภายหลังก็ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 42 วรรค 2 ฉะนั้นการที่โจทก์ถอนฟ้องคดีส่วนอาญาไป จึงหาทำให้คดีส่วนแพ่งระงับไปด้วยไม่ โจทก์จำเลยได้ตกลงกันตามรายงานกระบวนพิจารณาลงว่าจำเลยขอชำระเงินตามฟ้องให้โจทก์เพียง 170,000 บาท โดยจะชำระให้เสร็จภายใน 6 เดือนโจทก์ตกลงด้วย ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยโจทก์จำเลยยอมผ่อนผันให้แก่กัน ศาลช
ฎีกาที่ 272/2507
อัยการ
ฎีกาที่ 1744/2499
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1744/2499หลักกฎหมาย: โจทก์ฟ้องว่าจำเลยลักโคเป็นและขอให้ใช้ราคาได้ความว่าจำเลยลักโคที่ตายแล้ว ราคาโคจึงยังไม่แน่นอน ศาลย่อมให้เจ้าทรัพย์ไปฟ้อง เรียกราคาโคตายเป็นคดีขึ้นใหม่ต่างหากจากคดีอาญา ที่ได้พิจารณาพิพากษาแล้วได้โจทก์ฟ้องว่าจำเลย สมคบกันลักโคไป ๑ ตัว ราคา ๘๐๐ บาท ขอให้ลงโทษและขอให้ชำระราคาโค จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสงสัยว่าจำเลยลักโคที่ตายแล้ว พิพากษาว่าจำเลยผิด ก.ม.อาญา ม.๒๙๓ ให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสาม และให้จำเลยร่วมกันใช้ราคาโค ๘๐๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาล