ทนอย.
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 231

ชุดหลัก
เมื่อคู่ความหรือผู้ใดจะต้องให้การหรือส่งพยานหลักฐานอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้ (๑) เอกสารหรือข้อความที่ยังเป็นความลับในราชการอยู่ (๒) เอกสารหรือข้อความลับ ซึ่งได้มาหรือทราบเนื่องในอาชีพหรือหน้าที่ของเขา (๓) วิธีการ แบบแผนหรืองานอย่างอื่นซึ่งกฎหมายคุ้มครองไม่ยอมให้เปิดเผย คู่ความหรือบุคคลนั้นมีอำนาจไม่ยอมให้การหรือส่งพยานหลักฐาน เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความลับนั้น ถ้าคู่ความหรือบุคคลใดไม่ยอมให้การ หรือไม่ส่งพยานหลักฐานดังกล่าวแล้ว ศาลมีอำนาจหมายเรียกเจ้าหน้าที่หรือบุคคลผู้เกี่ยวข้องกับความลับนั้นมาแถลงต่อศาล เพื่อวินิจฉัยว่าการไม่ยอมนั้นมีเหตุผลค้ำจุนหรือไม่ ถ้าเห็นว่าไร้เหตุผล ให้ศาลบังคับให้ ๆ การหรือส่งพยานหลักฐานนั้น มาตรา ๒๒๖/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๖/๒ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๖/๓ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๖/๔ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๖/๕ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๗/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๒๙/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๓๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๓๐/๑ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๒๓๐/๒ เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๕๑

คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้

ฎีกาที่ 5876/2534

พ.ศ. 2534

คำสั่งของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าเสียหายตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์นั้นเป็นคำสั่งต่อเนื่องกับการทุเลาการบังคับ ซึ่งเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 231 เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามขยายระยะเวลาวางเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดังนี้จำเลยทั้งสามจึงฎีกาคำพิพากษานั้นของศาลอุทธรณ์ไม่ได้.

ฎีกาที่ คำสั่งคำร้อง:2366/2533

พ.ศ. 2533

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ในข้อหามีอาวุธปืนพาอาวุธปืน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างและลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อฎีกาของจำเลยที่ 1 เกี่ยวกับข้อหามีอาวุธปืนและพาอาวุธปืน เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 รับฎีกาของจำเลยที่ 1 เฉพาะในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น จำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ข้อหาพยายามฆ่าเป็นข้อหาหลักหรือข้อหาประธาน ส่วนข้อหามีและพาอาวุธปืนเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกันกับความผิดฐาน

ฎีกาที่ คำสั่งคำร้อง:215/2531

พ.ศ. 2531

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 120แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 12,047.50 บาท ฯลฯ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 2 ต่างอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์อนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จำนวน 21,430 บาท พร้อมดอกเ

ฎีกาที่ คำสั่งคำร้อง:540/2526

พ.ศ. 2526

ผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับระหว่างฎีกา คำร้องดังกล่าวพอแปลได้ว่า เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวระหว่างพิจารณาจึงให้งดขายหรือจำหน่ายที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกาได้

ฎีกาที่ 696/2485

พ.ศ. 2485

คดีที่ได้เกิดวิวาทกันแล้วทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน เมื่อได้ความว่าผู้ใดทำร้ายใครก็ลงโทษจำเลยที่ได้ทำร้างนั้น ได้ (อ้างฎีกาที่ 621/2460,ที่ 593/2484), การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำความผิดโดยสมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยได้ทำความผิดโดยต่างเข้าทำร้ายผู้เสียหายโดยมิได้สมคบกันมา ก็ลงโทษได้

ค้นต่อ