มาตรา 231
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 5876/2534
คำสั่งของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าเสียหายตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์นั้นเป็นคำสั่งต่อเนื่องกับการทุเลาการบังคับ ซึ่งเป็นอำนาจโดยเฉพาะของศาลอุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 231 เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสามขยายระยะเวลาวางเงินที่จะต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ดังนี้จำเลยทั้งสามจึงฎีกาคำพิพากษานั้นของศาลอุทธรณ์ไม่ได้.
ฎีกาที่ คำสั่งคำร้อง:2366/2533
ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ในข้อหามีอาวุธปืนพาอาวุธปืน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างและลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ไม่เกิน 5 ปี จึงห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อฎีกาของจำเลยที่ 1 เกี่ยวกับข้อหามีอาวุธปืนและพาอาวุธปืน เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 รับฎีกาของจำเลยที่ 1 เฉพาะในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่น จำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีนี้ข้อหาพยายามฆ่าเป็นข้อหาหลักหรือข้อหาประธาน ส่วนข้อหามีและพาอาวุธปืนเป็นความผิดที่เกี่ยวพันกันกับความผิดฐาน
ฎีกาที่ คำสั่งคำร้อง:215/2531
ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีโอกาสชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อน หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 120แผ่นที่ 2) ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 12,047.50 บาท ฯลฯ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 2 ต่างอุทธรณ์ โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ยื่นคำร้องขอถอนอุทธรณ์เฉพาะจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์อนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 1 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จำนวน 21,430 บาท พร้อมดอกเ
ฎีกาที่ คำสั่งคำร้อง:540/2526
ผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับระหว่างฎีกา คำร้องดังกล่าวพอแปลได้ว่า เป็นการขอคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราวระหว่างพิจารณาจึงให้งดขายหรือจำหน่ายที่ดินพิพาทในระหว่างฎีกาได้
ฎีกาที่ 696/2485
คดีที่ได้เกิดวิวาทกันแล้วทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน เมื่อได้ความว่าผู้ใดทำร้ายใครก็ลงโทษจำเลยที่ได้ทำร้างนั้น ได้ (อ้างฎีกาที่ 621/2460,ที่ 593/2484), การที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำความผิดโดยสมคบกันทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยได้ทำความผิดโดยต่างเข้าทำร้ายผู้เสียหายโดยมิได้สมคบกันมา ก็ลงโทษได้