มาตรา 229
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 6969/2540
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6969/2540หลักกฎหมาย: ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์เป็นเงิน1,117,525.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18 ต่อปี ของต้นเงิน 816,020 บาทและดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 416 บาท จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 2 รับผิดต่อโจทก์ไม่เกิน 780,000 บาท ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับหรือแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดีหรือตามที่ศาลอุทธรณ์จะเห็นสมควร ดังนี้เป็นกรณีที่จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คัดค้านจำนวนเงินที่จำเล
ฎีกาที่ 20/2532
ผู้ร้องยื่นฎีกาโดยมิได้นำเงินค่าฤชาธรรมเนียม ซึ่งจะต้องใช้แทนผู้คัดค้านตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มาวางศาลพร้อมกับฎีกา แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาไว้ก็ถือว่าเป็นฎีกาไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229ประกอบมาตรา 247.(ที่มา-ส่งเสริม)คดีนี้สืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่าศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดเมื่อวันที่24 มิถุนายน 2520 ผู้ร้องได้สอบสวนลูกหนี้ได้ความว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2518 ลูกหนี้โดยนายชวาล ไพรพิรุณโรจน์ กรรมการผู้จัดการได้โอนขา
ฎีกาที่ 330/2483
ยื่นคำให้การของพะยานในชั้นสอบสวนต่อศาลโดยให้ศาลอ่านให้พะยานฟังดังนี้ไม่ถือว่าเป็นคำเบิกความของพะยานในชั้นศาลคดีนี้