ทนอย.Thanoy · iApp
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515

ข้อ 70

ยกเลิกแล้วส่วนที่ ๓ การจัดระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกแล้ว — แสดงไว้เพื่อการค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 218 ลงวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2515 ข้อ 70 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๑๕ จอมพล ถ. กิตติขจร หัวหน้าคณะปฏิวัติประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๑๐ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕โดยที่คณะปฏิวัติพิจารณาเห็นว่า เพื่อให้การบริหารราชการส่วนภูมิภาคเป็นไปด้วยความรวดเร็วและเหมาะสมกับเหตุการณ์ของบ้านเมืองปัจจุบัน สมควรให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการควบคุมการบริหารราชการในงานต่าง ๆ ในเขตจังหวัดของตนโดยไม่มีการจำกัดในบางกรณีเช่นปัจจุบัน ข้อ ๑ มิให้นำบทบัญญัติของกฎหมาย กฎ ข้อบังคับและคำสั่งใด ๆ ที่กำหนดให้บุคคลหรือส่วนราชการใดมีอำนาจหน้าที่เป็นการยกเว้น จำกัด หรือตัดทอน อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดในการบริหารราชการส่วนจังหวัดดังที่กำหนดไว้ในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ข้อ ๕๐ ข้อ ๕๑ และข้อ ๕๓ หรือให้บุคคลหรือส่วนราชการใดมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกับผู้ว่าราชการจังหวัด มาใช้บังคับ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่นั้น ๆ ดังกำหนดไว้ในประกาศของคณะปฏิวัติดังกล่าว ทั้งนี้ เว้นแต่คณะรัฐมนตรีจะได้มีมติเป็นอย่างอื่น ข้อ ๒ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ ข้อ ๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรให้สำนักงบประมาณมีผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มีการยุบเลิกสำนักงานคณะกรรมการตรวจและติดตามผลการปฏิบัติราชการ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคณะกรรมการตรวจและติดตามผลการปฏิบัติราชการเพื่อให้สอดคล้องกับการยุบเลิกดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ มีเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการเป็นข้าราชการการเมือง และโดยที่เป็นการสมควรให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรี รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรให้สำนักงานสภาที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีที่ได้จัดตั้งขึ้นใหม่ ในสำนักนายกรัฐมนตรี มีผู้บังคับบัญชารับผิดชอบในการปฏิบัติราชการขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๒ ลงวันที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐โดยที่ได้มีกฎหมายจัดตั้งสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อทำหน้าที่ด้านบริหารและธุรการให้แก่สภานโยบายแห่งชาติขึ้น ฉะนั้น เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติ ข้อ ๒ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันพ้นกำหนดเวลาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๙๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นต้นไปหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการยุบเลิกสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี สมควรแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานสภานโยบายแห่งชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับการยุบเลิกดังกล่าวจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๘ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔โดยที่ได้มีการปรับปรุงระบบการบริหารงานยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับงานของอัยการขึ้นใหม่ จึงเป็นการสมควรที่จะจัดแบ่งส่วนราชการให้สอดคล้องกับการปรับปรุงดังกล่าว ข้อ ๒ ให้พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการกรมอัยการ กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. ๒๕๓๑ ยังคงใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการของสำนักงานอัยการสูงสุดใช้บังคับ ข้อ ๓ ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ค้นต่อ