กฎกระทรวงความปลอดภัยในการดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย พ.ศ. 2567
ข้อ 12
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงความปลอดภัยในการดำเนินการสถานประกอบการทางนิวเคลียร์ที่ใช้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย พ.ศ. 2567 ข้อ 12 ผู้รับใบอนุญาตจะอนุญาตให้ผู้ใดทำการทดลองหรือใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยมิได้ เว้นแต่การทดลองหรือใช้ประโยชน์ตามรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยของการทดลองหรือใช้ประโยชน์จากเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยของผู้นั้นโดยได้รับความเห็นชอบจากผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยแล้ว ทั้งนี้ ในรายงานวิเคราะห์ความปลอดภัยดังกล่าวอย่างน้อยต้องระบุขั้นตอนการปฏิบัติงาน อุปกรณ์ เครื่องมือ และหากมีวัสดุที่ผ่านการฉายรังสีแล้วให้ระบุวิธีการจัดการด้วย ในกรณีผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยพิจารณารายงานตามวรรคหนึ่งแล้วเห็นว่าการทดลองหรือใช้ประโยชน์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ให้เสนอผลการพิจารณาดังกล่าวต่อคณะกรรมการความปลอดภัยพิจารณาต่อไป ในกรณีคณะกรรมการความปลอดภัยไม่เห็นด้วยกับผลการพิจารณาของผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัย ให้ผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยเสนอผลการพิจารณาของผู้จัดการหน่วยเดินเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์วิจัยและของคณะกรรมการความปลอดภัยต่อผู้รับใบอนุญาต การพิจารณาของผู้รับใบอนุญาตให้เป็นที่สุด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 11570/2553
พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 มาตรา 4 บัญญัติว่า "วิชาชีพเวชกรรม" หมายความว่า "วิชาชีพที่กระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจโรค การวินิจฉัยโรค..." การที่จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราชบัญญัติดังกล่าว สั่งจ่ายยารักษาให้แก่สายลับหลังจากจำเลยที่ 1 ตรวจและวินิจฉัยโรคให้แก่สายลับแล้ว โดยจำเลยที่ 2 ทำหน้าที่จัดยาให้ตามใบสั่งแพทย์ของจำเลยที่ 1 และเก็บเงิน ล้วนเป็นการกระทำที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ดังนั้น จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญา