กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งในสภาสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2555
ข้อ 8
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ — เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งในสภาสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2555 ข้อ 8 การสรรหากรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๒๓ (๕) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ (๑) ให้กรรมการสภาสถาบันตามมาตรา ๒๓ (๓) และ (๔) ดำเนินการสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงทางด้านการอาชีวศึกษา ด้านอุตสาหกรรม ด้านเกษตรกรรม ด้านธุรกิจและการบริการ ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ หรือด้านการเงินการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนไม่เกินแปดคน ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สถาบันหรือสถานศึกษาในสังกัดสถาบันนั้นตั้งอยู่อย่างน้อยประเภทละสองคน (๒) ให้เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๑) ต่อรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเลือกให้เหลือจำนวนสี่คนและแต่งตั้งเป็นกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชนจำนวนหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่งคนให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติให้คุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบัน กรรมการสภาสถาบัน และกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกหรือสรรหากรรมการสภาสถาบันและกรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
ฎีกาที่ 3281/2562
สัญญาตัวแทนตามคำฟ้องเป็นสัญญาระหว่างโจทก์ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยกับจำเลยซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี การที่คู่สัญญาตกลงกันให้นำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากสัญญาดังกล่าวซึ่งมีลักษณะเป็นการให้บริการระหว่างประเทศไปฟ้องยังศาลแห่งเมืองเบรเมิน ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งถือเป็นภูมิลำเนาของจำเลยจึงสามารถทำได้ตามหลักกฎหมายทั่วไประหว่างประเทศ ไม่ตกเป็นโมฆะ สำหรับการตีความสัญญานั้นต้องตีความไปตามความประสงค์หรือเจตนาอันมีร่วมกันของคู่สัญญาซึ่งเป็นเจตนาที่คา