กฎกระทรวงการอนุญาตมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประเภท 3 หรือประเภท 4 พ.ศ. 2568
ข้อ 32
ยังไม่ยืนยันสถานะหมวด ๔ การควบคุมกำกับดูแล
ยังไม่ได้ยืนยันว่ามาตรานี้ยังใช้บังคับอยู่หรือไม่ —
เหตุผล · โปรดตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนนำไปใช้
กฎกระทรวงการอนุญาตมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 และวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ประเภท 3 หรือประเภท 4 พ.ศ. 2568 ข้อ 32 ผู้รับอนุญาตตามข้อ ๖ (๔) (ก) มีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ดูแลให้ผู้ดำเนินการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (ก) ควบคุมการสั่งจ่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ (ข) ตรวจสอบความถูกต้องของการจัดทำบัญชีและรายงานเกี่ยวกับการดำเนินกิจการ (๒) แจ้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้ดำเนินการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตต่อผู้อนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว (๓) จัดให้มีผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพทันตกรรม หรือผู้ประกอบวิชาชีพการสัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง แล้วแต่กรณี เพื่อสั่งจ่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับ ให้แก่เฉพาะผู้ป่วยหรือสัตว์ป่วยซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพดังกล่าวให้การรักษา (๔) ดูแลให้มีฉลากและเอกสารกำกับวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ซึ่งมีข้อมูลครบถ้วนตามที่ผู้รับอนุญาตผลิตหรือนำเข้าจัดไว้ (๕) จัดให้มีการเก็บวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ แยกจากยาหรือวัตถุอื่น (๖) จัดให้มีการป้องกันตามสมควรเพื่อมิให้วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ สูญหายหรือมีการนำไปใช้โดยมิชอบ (๗) จัดให้มีการทำบัญชีเกี่ยวกับการมีไว้ในครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๓ หรือประเภท ๔ ภายใต้การควบคุมของผู้ดำเนินการที่ระบุไว้ในใบอนุญาต โดยต้องเก็บรักษาบัญชีไว้ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันลงรายการครั้งสุดท้ายในบัญชี และพร้อมที่จะแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทุกเวลาในขณะเปิดดำเนินการ (๘) เสนอรายงานเกี่ยวกับการดำเนินกิจการตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้อนุญาตภายใต้การควบคุมของผู้ดำเนินการที่ระบุไว้ในใบอนุญาตเป็นรายเดือนภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนับแต่วันสิ้นเดือน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่อ้างถึงมาตรานี้
พ.ศ. 2558
การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตาม พ.ร.บ.ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2545 มาตรา 19 เป็นมาตรการของรัฐที่ต้องการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดไม่ว่าผู้นั้นจะยินยอมเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดหรือไม่ก็ตาม โดยศาลจะมีคำสั่งให้ส่งตัวผู้ติดยาเสพติดไปตรวจพิสูจน์การเสพหรือการติดยาเสพติดก่อน และคณะอนุกรรมการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้เข้ารับการตรวจพิสูจน์ ผู้ใดเป็นผู้เสพหรือติดยาเสพติด จากนั้นต้องจัดให้มีแผนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามมาตรา 22 โดยคำนึงถึงความหนักเบาของ
พ.ศ. 2557
โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 32, 107 พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งมาตรา 4 ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ได้ถูกยกเลิกไปตาม พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 นั้น เห็นว่า แม้โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยอ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2522 ซึ่งถูกยกเลิกและแก้ไขใหม่แล้ว และมิได้อ้าง พ.ร.บ.ยา (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2530 ที่แก้ไขใหม่ แต่คำว่า ขาย ตามมาตรา 4 ซึ่งแก้ไขใหม่ยังคงหมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขายและถือเป็นความผิด ดังนั้นการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงยังเป็นความ
ค้นต่อ