คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2559
ฎีกาที่ 7990/2559
หลักกฎหมาย
จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่โจทก์ระงับการจำหน่ายน้ำนมดิบให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. จึงไม่มีประเด็นแห่งคดีว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 1 ปี ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 หรือไม่ ทั้งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยชี้ขาดได้เอง จำเลยจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอให้ศาลแรงงานภาค 1 วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว และแม้ศาลแรงงานภาค 1 จะวินิจฉัยให้ ก็เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นแห่งคดี ดังนั้น จำเลยอุทธรณ์ว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 1 ปี ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานภาค 1 ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 โจทก์มิได้ฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์อย่างเดียว แต่โจทก์บรรยายฟ้องด้วยว่าขณะจำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานผลิตและจำหน่ายพันธุ์โคนมและรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานส่งเสริมกิจการโคนม มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ และควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา จำเลยไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ทำให้โจทก์เสียหายไม่สามารถบังคับชำระหนี้จากห้างหุ้นส่วนจำกัด พ. ซึ่งเป็นผู้ซื้อได้ จึงเป็นการฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดทั้งมูลละเมิดและผิดสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งในเรื่องผิดสัญญาจ้างแรงงานมิได้บัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีกำหนดอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้คือวันที่จำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงาน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/12 และ 193/30 มาตรา 10 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เป็นกฎหมายพิเศษที่บัญญัติเรื่องอายุความไว้เป็นการเฉพาะซึ่งขัดหรือแย้งกับมาตรา 448 วรรคหนึ่ง แห่ง ป.พ.พ. ซึ่งเป็นกฎหมายทั่วไป จึงมีผลยกเว้นมาตรา 448 วรรคหนึ่งเฉพาะในส่วนที่กำหนดให้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดขาดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่านั้น แต่ไม่มีผลยกเลิกบทบัญญัติมาตรา 448 วรรคหนึ่งในส่วนที่กำหนดว่าสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายขาดอายุความเมื่อพ้นกำหนด 10 ปี นับแต่วันทำละเมิด จำเลยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับของโจทก์ในช่วงเวลานับแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2544 และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ถือว่ามูลเหตุผิดสัญญาจ้างแรงงานและละเมิดเกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งอายุความในมูลหนี้ผิดสัญญาจ้างแรงงานและละเมิดเริ่มนับแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2544 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 25 ตุลาคม 2554 จึงเกิน 10 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ
มาตราที่อ้างถึง
ป.พ.พ. 448ป.วิ.พ. 24ป.วิ.พ. 225พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 10พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 31
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 624,194.41 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่ระบุในคำสั่งที่ 74/2554 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และขอให้เพิกถอนคำสั่งที่ 74/2554 โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณาของศาลแรงงานภาค 1 จำเลยยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 1 ปี ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 10 วรรคสอง หรือไม่ ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 624,194.41 บาท (ที่ถูก คือ 624,194.40 บาท) พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว ตามที่ระบุในคำสั่งที่ 74/2554 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 ที่แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งที่ 053/2553 ลงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า วันที่ 15 พฤษภาคม 2544 โจทก์ทำสัญญาขายน้ำนมดิบให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดพีแอนด์พีโปร์มิลค์มาร์เก็ตติ้ง โดยกำหนดส่งมอบน้ำนมดิบระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 ถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2545 ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวผิดนัดไม่ชำระหนี้ค่าน้ำนมดิบที่ได้รับไประหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2544 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2544 แก่โจทก์ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องและศาลจังหวัดสระบุรีพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดพีแอนด์พีโปร์มิลค์มาร์เก็ตติ้งกับพวกชำระค่าน้ำนมดิบพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด คณะกรรมการดังกล่าวเห็นว่า กรณีไม่เข้าข่ายความรับผิดทางละเมิดจึงเห็นควรยุติเรื่อง โจทก์ส่งสำนวนให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบ กรมบัญชีกลางมีคำวินิจฉัยว่าพฤติการณ์ของจำเลยเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายเป็นเงิน 1,783,412.58 บาท ให้จำเลยและนายธวัชชัย รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนร้อยละ 70 ของต้นเงินดังกล่าวและดอกเบี้ย โดยให้รับผิดคนละส่วนเท่า ๆ กัน วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2553 โจทก์ออกคำสั่งที่ 053/2553 ให้จำเลยกับพวกชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ต่อมาวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 โจทก์ออกคำสั่งที่ 74/2554 แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งที่ 053/2553 แต่ยังคงให้จำเลยกับพวกชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งที่ 74/2554 เกินกำหนด โจทก์จึงไม่รับวินิจฉัย แล้ววินิจฉัยว่า ปัญหาตามคำร้องขอวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยที่ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ 1 ปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 10 วรรคสอง หรือไม่ โดยเห็นว่าฟ้องโจทก์มิใช่เรื่องละเมิดกรณีปกติ แต่เป็นละเมิดกรณีที่โจทก์ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐฟ้อง จำเลยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ซึ่งอายุความต้องบังคับตามมาตรา 10 วรรคสอง เมื่อโจทก์เห็นว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดทางละเมิด แต่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เห็นว่าจำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ แล้วโจทก์มีคำสั่งให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามคำวินิจฉัยของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ตามคำสั่งที่ 74/2554 แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งที่ 053/2553 เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ในวันที่ 25 ตุลาคม 2554 นับจากวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 อันเป็นวันที่โจทก์มีคำสั่งที่ 74/2554 ถึงวันฟ้องแล้วไม่เกินกว่า 1 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า ขณะจำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานผลิตและจำหน่ายพันธุ์โคนมและรักษาการในตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานส่งเสริมกิจการโคนม มีหน้าที่รับผิดชอบบริหารจัดการตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ข้อบังคับ และควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของผู้ใต้บังคับบัญชา จำเลยไม่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กล่าวคือ หลังจากทำสัญญาขายน้ำนมดิบให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัดพีแอนด์พีโปรมิลค์มาร์เก็ตติ้งในวันที่ 15 พฤษภาคม 2544 จำเลยไม่ได้จัดส่งสัญญาให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบทำให้ขาดความชัดเจนว่าการชำระค่าน้ำนมดิบจะชำระเมื่อใด ณ สถานที่ใด หรือหน่วยงานใดจะเป็นผู้มีหน้าที่ส่งสัญญาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ไม่ได้กำหนดแนวทางให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องถือปฏิบัติเรื่องการชำระหนี้ ขาดการประสานงานในการรับชำระเงินหรือติดตามหนี้ หรือขาดการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ทุกฝ่ายไม่ได้ติดตามว่ามีการชำระหนี้ครบตามสัญญาหรือไม่ และขาดการรายงานให้ผู้บังคับบัญชาเพื่อระงับการขายตามเงื่อนไขของสัญญา เป็นเหตุให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดพีแอนด์พีโปรมิลค์มาร์เก็ตติ้งไม่ชำระค่าน้ำนมดิบที่รับไประหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2544 ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2544 แก่โจทก์ โจทก์ไม่สามารถบังคับชำระหน
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง