ทนอย.
คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2544

ฎีกาที่ 5751/2544

หลักกฎหมาย

การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเลยที่ 9 ไม่สามารถส่งโจทก์ทั้งสองและผู้โดยสารอื่นต่อไปได้เพราะมีรถไฟตกรางอยู่ข้างหน้าจำเลยที่ 9 ย่อมมีหน้าที่จัดหายานพาหนะอื่นขนส่งโจทก์ทั้งสองและผู้โดยสารอื่นไปให้ถึงจุดหมายปลายทางอันเป็นการรับขนส่งผู้โดยสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 608,609 และพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทยฯ มาตรา 9(7)การขนถ่ายผู้โดยสารของจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8 จากขบวนรถไฟของจำเลยที่ 9 ที่ปรากฏแก่โจทก์ทั้งสองและบุคคลภายนอกซึ่งไปมาระหว่างสถานีรถไฟ ล. กับสถานีรถไฟ ค. จึงเป็นการทำแทนจำเลยที่ 9นิติสัมพันธ์ระหว่างจำเลยที่ 9 กับจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8 จึงอยู่ในฐานะตัวการและตัวแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 797 ความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 446 หมายความว่า ความเสียหายอันไม่อาจคำนวณเป็นเงินได้แต่ความเสียหายเช่นว่านี้ต้องเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำละเมิดจำเป็นต้องเยียวยาหรือทดแทนความเสียหายให้เช่นเดียวกัน ซึ่งอาจมีความเสียหายมากยิ่งกว่าความเสียหายต่อร่างกายอีกด้วย ความเสียหายที่มิใช่ตัวเงิน เช่น ความเจ็บปวดทนทุกขเวทนาระหว่างการรักษาพยาบาลหรือต้องทุพพลภาพพิการต่อไป ความเสียหายเช่นว่านี้กฎหมายให้ศาลมีอำนาจกำหนดให้ตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด เพราะค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายที่มิใช่ตัวเงินย่อมจะนำสืบคิดเป็นจำนวนเงินเท่าใดไม่ได้อยู่ในตัว เมื่อพิจารณาจากลักษณะบาดแผลกับวิธีการรักษาบาดแผลของโจทก์ที่ 1 ซึ่งต้องผ่าตัดและเข้าเฝือกหลายครั้ง ต้องรับการรักษาเป็นเวลานานร่วม 3 ปี ต้องทนทุกข์ทรมานต่อความเจ็บปวดของบาดแผลในระหว่างการรักษาอันเป็นเวลานานยิ่งกว่านั้นสภาพแขนซ้ายของโจทก์ที่ 1 ต้องทุพพลภาพตลอดชีวิตทั้งเสียบุคลิกภาพเนื่องจากผลของการผ่าตัดทำให้แขนซ้ายสั้นกว่าแขนขวา ถือว่าเป็นความเสียหายอันมิใช่ตัวเงินที่โจทก์ที่ 1ชอบจะเรียกร้องได้ โจทก์ที่ 2 ต้องออกจากงานมาดูแลโจทก์ที่ 1 โดยตลอด ซึ่งก็ต้องขวนขวายหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโจทก์ที่ 1 รวมทั้งการดำรงชีพของโจทก์ที่ 1 ตลอดมาในระหว่างดำเนินคดีจนถึงที่สุดเป็นเวลานานกว่า 10 ปี นอกจากนี้ในคดีละเมิด โจทก์ที่ 1 มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยได้นับแต่วันละเมิดเป็นต้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 206 แต่โจทก์ที่ 1 ก็มิได้เรียกร้องดอกเบี้ยก่อนฟ้องมาด้วย การที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยที่ 9 เสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของค่าเสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 142(6) นั้นชอบแล้ว

มาตราที่อ้างถึง

คำพิพากษา (บางส่วน)

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งเก้าร่วมกันใช้ค่าเสียหาย 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ที่ 4 และที่ 6 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 8 และที่ 9 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 9 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 83,333.33 บาท แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 50,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2ให้จำเลยที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 9 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 83,333.33 บาทแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 50,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 ให้จำเลยที่ 6 ที่ 7 ที่ 8และที่ 9 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 83,333.33 บาท แก่โจทก์ที่ 1 จำนวน50,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (25 ธันวาคม 2533) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 8 และที่ 9 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 9ร่วมกันชำระเงิน 31,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 ให้จำเลยที่ 2 ที่ 4 ที่ 5 และที่ 9ร่วมกันชำระเงิน 31,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 และให้จำเลยที่ 6 ที่ 7 ที่ 8 และที่ 9 ร่วมกันชำระเงิน 31,500 บาท แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยที่ 9ร่วมกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ทั้งสองเฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยที่ 9 ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสองชนะคดีในศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 9 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2532 โจทก์ทั้งสองโดยสารรถไฟของจำเลยที่ 9 ขบวนรถไฟที่ 91 สายกรุงเทพ - เด่นชัยขณะรถไฟถึงสถานีรถไฟลพบุรีมีรถไฟตกรางอยู่ข้างหน้ารถไฟไม่สามารถแล่นต่อไปได้ จำเลยที่ 9 จึงจัดโดยสารรับขนส่งโจทก์ทั้งสองและผู้โดยสารอื่นจากสถานีรถไฟลพบุรีไปส่งยังสถานีรถไฟโคกกระเทียม ในการนี้จำเลยที่ 9มอบหมายให้จำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8 เป็นผู้รับขนส่งและดำเนินการแทนในระหว่างรับขนส่งผู้โดยสารไปยังสถานีรถไฟโคกกระเทียม รถโดยสารดังกล่าวเกิดชนกัน เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 9 ตามลำดับดังนี้ จำเลยที่ 9 ฎีกาข้อกฎหมายในประการแรกว่า จำเลยที่ 9 เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 มีวัตถุประสงค์ในการขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟ ส่วนจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8 มีวัตถุประสงค์ในการรับขนส่งผู้โดยสารโดยทางรถยนต์ ซึ่งแตกต่างกับวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 9ที่รับขนส่งผู้โดยสารทางรถไฟเท่านั้น และจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 9 การที่จำเลยที่ 9 ว่าจ้างจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8 ก็มีเจตนาเพื่อให้นำผู้โดยสารไปส่งตามจุดหมายปลายทางตามว่าจ้างคือจากสถานีรถไฟลพบุรีไปยังสถานีรถไฟโคกกระเทียมดังนั้น การที่ผู้ประกอบการขนส่งโดยทางรถยนต์คือจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8รับทำให้ จึงต้องถือว่าเป็นผู้รับจ้างทำการงานให้แก่จำเลยที่ 9 เท่านั้น จำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8 ไม่มีฐานะเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 9 ในการรับจ้างขนส่งผู้โดยสารดังกล่าวไปยังสถานีรถไฟโคกกระเทียม เห็นว่า แม้ว่าจำเลยที่ 9จะมีวัตถุประสงค์ในการรับขนส่งผู้โดยสารโดยทางรถไฟ แต่ก็มีหน้าที่ขนส่งผู้โดยสารเพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางตามที่ตกลงไว้กับผู้โดยสาร ดังนั้นเมื่อจำเลยที่ 9 ไม่สามารถส่งโจทก์ทั้งสองและผู้โดยสารอื่นต่อไปได้เพราะมีรถไฟตกรางอยู่ข้างหน้าจำเลยที่ 9 ย่อมมีหน้าที่จัดหายานพาหนะอื่นขนส่งโจทก์ทั้งสองและผู้โดยสารอื่นไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง อันเป็นการรับขนส่งผู้โดยสาร ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 608, 609 และพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2494 มาตรา 9(7) จำเลยที่ 9 ย่อมว่าจ้างจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการรับขนส่งผู้โดยสารโดยทางรถยนต์เพื่อบำเหน็จเป็นทางค้าปกติของจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8 อยู่แล้ว รับขนส่งโจทก์ทั้งสองและผู้โดยสารอื่นไปส่งยังสถานีรถไฟโคกกระเทียมได้ เรื่องนี้นายเจฏ สิงห์รัตน์ พยานโจทก์ที่ 1 ซึ่งเคยเป็นนายสถานีรถไฟลพบุรีเมื่อปี 2531 ถึงปี 2534 เบิกความว่า ในฐานะนายสถานีรถไฟได้ว่าจ้างจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 8 ซึ่งโดยปกติแล้วรถโดยสารของจำเลยที่ 3 ที่ 5และที่ 8 นั้นรับผู้โดยสารโดยทั่วไปอยู่แล้ว ทั้งนี้โดยให้ขนถ่ายผู้โดยสารจากสถานีรถไฟลพบุรีไปสถานีรถไฟโคกกระเทียม และจากสถานีรถไฟโคกกระเทียมไปยังสถานีรถไฟลพบุรีรวม 80 เที่ยว เที่ยวละ 200 บาทตามรายการเอกสารหมาย จ.29 แผ่นที่ 2 เนื่องจากรถไฟขบวนที่โจทก์ทั้งสองโดยสารมาไม่สามารถแล่นต่อไปได้เพราะมีรถไฟตกรางขวางอยู่ดังนี้ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่า การรับขนส่งโจทก์ทั้งสองและผู้โดยสา
แสดงเพียง 4,000 อักขระแรก บริการนี้เป็นการสืบค้น มิใช่การเผยแพร่คลังคำพิพากษาซ้ำ — อ่านฉบับเต็มที่ศาลฎีกา
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5751/2544 · ทนอย Thanoy