คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2484
ฎีกาที่ 478/2484
หลักกฎหมาย
เก็บนาฬิกาเรือนทองได้และได้และไม่ได้นำไปมอบให้เจ้าพนักงานตามกฎหมาย แม้ยังไม่เกิน 3 วันตามกฎหมายก็ตามถ้าหากจำเลยให้การรับสารภาพความผิดต่อศาลก็ยอมลงโทษตาม ม.318
มาตราที่อ้างถึง
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเก็บนาฬิกาข้อมือเรือนทอง ๑ เรือนของผู้เสียหายซึ่งตกหายได้ แล้วยักยอกไว้เป็นประโยชน์ตนเสีย หาได้แจ้งความต่อเจ้าพนักงานตามที่กฎหมาย บังคับไว้ไม่ ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑๘ จำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดดังฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีจะเป็นผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๓๑๘ จะต้องปรากฏว่าผู้เก็บของตกได้ละเลยไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายบังคับไว้สำหรับการนั้นซึ่งการเก็บของตกมีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งมาตรา ๑๓๒๓ อนุ-มาตรา ๓ ว่าผู้เก็บของตกจะต้องนำไปมอบให้เจ้าพนักงานภายใน ๓ วัน แต่เรื่องนี้เจ้าพนักงานจับตัวจำเลยได้ภายหลังวันเก็บขอได้เพียง ๑ วัน จึงเห็นว่าจำเลยไม่ผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยได้มีเจตนาทุจริตกับยักยอกนาฬิกานั้นไว้โดยฟังข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำรับสารภาพของจำเลยและจำเลยมิได้ตั้งใจจะไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานกล่าวคือถึงอย่างไรจำเลยก็ไม่กระทำตามที่กฎหมายบังคับไว้ ฉะนั้นแม้จำเลยจะไม่กระทำตามที่กฎหมายบังคับไว้ ฉะนั้นแม้จำเลยจะได้ถูกจับในเวลาไม่เกิน ๓ วัน ก็คงมีผิดตาม ม.๑๓๒๓ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ม.๑๓๒๓ประมวลแพ่งฯ ที่ให้จำเลยแจ้งความภายใน ๓ วันนั้นเป้นการให้โอกาสแก่จำเลยซึ่งโดยปกติจะจับกุมฟ้องร้องเอาโทษจำเลยภายใน ๓ วัน ไม่ได้ แต่ฉะเพาะคดีนี้ตามคำให้การรับของจำเลยรวมใจความได้ว่า จำเลยได้เจตนายักยอกไม่มอบของและแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตลอดมาจนเกิน ๓ วันแล้ว จำเลยจึงไม่มีทางรอดจากความผิดไปได้ พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง