คำพิพากษาศาลฎีกา · พ.ศ. 2528
ฎีกาที่ 2239/2528
หลักกฎหมาย
โจทก์ฟ้องอ้างว่า ช. ผู้สมัครรับเลือกตั้งกระทำผิด พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 26 และ บ. ซึ่งเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดกระทำผิด พระราชบัญญัติเลือกตั้งฯ มาตรา 26 และ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,165 โจทก์ได้ร้องเรียนไปยังจำเลยทั้งห้า ให้มีการสอบสวนดำเนินคดีกับช. และ บ.และจำเลยทั้งห้ามิได้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสองขอให้ลงโทษจำเลยทั้ง ห้าตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,165,200 เช่นนี้ เมื่อโจทก์มิใช่บุคคล ที่อาจร้องคัดค้านการเลือกตั้งได้ ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งฯ มาตรา 78 จึงมิใช่ ผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งฯ มาตรา 26 ดังนั้นการที่โจทก์ ร้องเรียน ต่อจำเลยทั้งห้าให้ดำเนินคดีกับ ช. และ บ. และจำเลยทั้งห้ามิได้ดำเนินคดี กับบุคคลทั้งสองเมื่อ โจทก์มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในกรณีที่ ช. และ บ. กระทำผิดดังกล่าวโจทก์ย่อมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย สำหรับความผิดที่โจทก์ ฟ้องจำเลยทั้งห้าด้วยโจทก์จึงไม่ มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งห้า
มาตราที่อ้างถึง
ป.อ. 157ป.อ. 165ป.อ. 200ป.วิ.อ. 2พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 26พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 78
คำพิพากษา (บางส่วน)
โจทก์ฟ้องใจความว่า จำเลยทั้งห้าได้บังอาจร่วมกันกระทำผิดกฎหมายโดยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและหรือป้องกันหรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความรับผิดทางอาญา ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์และราษฎรไทยทั่วประเทศ โดยเมื่อต้นปี พ.ศ. 2522รัฐบาลได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 ขึ้นทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2522อันเป็นวันเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ นายชัย ชิดชอบ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านได้บังอาจไปใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งโดยยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งต่อนายบำรุง สุขบุษย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ โดยรู้อยู่ว่าตนเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2521 มาตรา 96(7) และนายบำรุง สุขบุษย์ ซึ่งรู้อยู่แล้วว่านายชัย ชิดชอบ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้บังอาจรับใบสมัครของนายชัย ชิดชอบ และเมื่อวันที่22 เมษายน 2522 อันเป็นวันเลือกตั้ง นายบำรุง สุขบุษย์ ได้ประกาศให้ นายชัย ชิดชอบเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ 1โดยมิชอบ โจทก์ได้ทำการร้องทุกข์ต่อจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ในฐานะนายกรัฐมนตรีให้สั่งการให้มีการดำเนินคดีกับนายชัย ชิดชอบ และนายบำรุง สุขบุษย์ แต่จำเลยที่1 ที่ 4กลับส่งเรื่องให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 พิจารณา และจำเลยทั้งห้าไม่สั่งดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสอง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 และ 200 ศาลชั้นต้นพิเคราะห์ฟ้องของโจทก์แล้วเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 และ 200 จึงต้องพิจารณาในเบื้องแรกก่อนว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) ได้นิยามความหมายของผู้เสียหายว่า"หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่งรวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนได้ ดังบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6"สำหรับกรณีของนายชัย ชิดชอบ นั้น แม้ถึงหากจะฟังได้ว่าได้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 26 โดยสมัครรับเลือกตั้งทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครก็ตาม ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 78 ก็ได้บัญญัติว่าเฉพาะผู้เลือกตั้ง ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองซึ่งมีสมาชิกสมัครรรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งนั้นเท่านั้นที่มีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งต่อศาลจังหวัดที่เขตเลือกตั้งนั้นตั้งอยู่ได้ แสดงว่ากฎหมายถือว่าบุคคล 3 ประเภทดังกล่าวเท่านั้นที่เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้เสียหายเนื่องจากการกระทำผิดพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 26 มิใช่ราษฎรไทยทุกคนเป็นผู้เสียหายดังที่โจทก์เข้าใจ สำหรับนายบำรุง สุขบุษย์ ที่โจทก์อ้างว่ากระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2522 มาตรา 26 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 ก็เช่นเดียวกัน ตามฎีกาของโจทก์ก็ยอมรับว่าโจทก์ไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะฟ้องร้องนายชัย ชิดชอบและนายบำรุง สุขบุษย์ เองได้ ดังนั้นการที่โจทก์ไปร้องเรียนต่อจำเลยที่ 1 และที่ 4ให้สั่งการให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 สอบสวนดำเนินคดีแก่นายชัย ชิดชอบ และนายบำรุง สุขบุษย์ ตามฟ้องและจำเลยทั้งห้ามิได้ดำเนินคดีแก่บุคคลทั้งสองตามที่โจทก์กล่าวหานั้นน เมื่อโจทก์มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยในกรณีที่นายชัย ชิดชอบและนายบำรุง สุขบุษย์ กระทำความผิดตามที่โจทก์กล่าวหา โจทก์ย่อมมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยสำหรับความผิดที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าด้วย จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
โปรดตรวจสอบคำพิพากษากับต้นฉบับที่ deka.supremecourt.or.th ก่อนนำไปใช้อ้างอิงจริง